Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58634)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อ 2 ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นการโต้แย้งเรื่องดุลพินิจของศาลจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีมีราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาข้อ 3โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 3 เป็นกรณีพิพาทที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงถึงฎีกาข้อ 2 ด้วย กล่าวคือ เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษในการที่จำเลยทั้งหกได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนที่ควรคิดและคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและ เหตุอันควรถึงแม้โจทก์จะใช้ทางสาธารณประโยชน์สัญจรไปมาจาก ส่วนอื่นได้บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นการใช้สัญจรไปมาไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยไม่สามารถสัญจรไปมาในการเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทของโจทก์ได้เช่นปกติเหมือนก่อนมา โจทก์เห็นว่าเป็นปัญหา สำคัญและเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนราคาทรัพย์หรือทุนทรัพย์ตาม ฟ้องของโจทก์นั้นเป็นเพียงการประเมินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับ ความเสียหายเป็นพิเศษอันเป็นการปฏิบัติเพื่อยังความเสียหายและ ความเดือดร้อนให้สิ้นไปเท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไรส่วนข้อหาเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ภายใน 7 วัน ให้จำหน่ายคดีเมื่อครบกำหนดเวลาแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 9)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 11)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฎีกาโจทก์ข้อ 3 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลที่มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเรื่องบุกรุกที่ดินของโจทก์เป็นคดีใหม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าธรรมเนียมที่เกินมา 160 บาทคืนให้โจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 662/2537นายบุญทศ กองทองโจทก์นายปวน บุญขาว กับพวกจำเลยนายบุญทศ กองทอง โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อ 2 ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นการโต้แย้งเรื่องดุลพินิจของศาลจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีมีราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาข้อ 3โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 3 เป็นกรณีพิพาทที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงถึงฎีกาข้อ 2 ด้วย กล่าวคือ เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษในการที่จำเลยทั้งหกได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนที่ควรคิดและคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและ เหตุอันควรถึงแม้โจทก์จะใช้ทางสาธารณประโยชน์สัญจรไปมาจาก ส่วนอื่นได้บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นการใช้สัญจรไปมาไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยไม่สามารถสัญจรไปมาในการเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทของโจทก์ได้เช่นปกติเหมือนก่อนมา

โจทก์เห็นว่าเป็นปัญหา สำคัญและเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนราคาทรัพย์หรือทุนทรัพย์ตาม ฟ้องของโจทก์นั้นเป็นเพียงการประเมินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับ ความเสียหายเป็นพิเศษอันเป็นการปฏิบัติเพื่อยังความเสียหายและ ความเดือดร้อนให้สิ้นไปเท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไรส่วนข้อหาเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ภายใน 7 วัน ให้จำหน่ายคดีเมื่อครบกำหนดเวลาแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 9)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 11)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฎีกาโจทก์ข้อ 3 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลที่มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเรื่องบุกรุกที่ดินของโจทก์เป็นคดีใหม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าธรรมเนียมที่เกินมา 160 บาทคืนให้โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้