Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58612)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอีกทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อบังคับและระเบียบของจำเลย ซึ่งปฏิบัติกับโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎระเบียบข้อบังคับ และโจทก์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีตามคำฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 55)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยและสั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและหน้าที่สุดท้ายตามเดิม ในอัตราค่าจ้างสุดท้ายและขึ้นเงินเดือนให้แก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากขาดรายได้นับตั้งแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างจนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง(21 เมษายน 2536) เป็นเงิน 125,471.63 บาทและให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในส่วนที่โจทก์ขาดรายได้ในอัตราเดือนละ 10,550 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จหากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในส่วนของค่าตอบแทน ค่าจ้างเป็นเงิน4,260,200 บาทศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ในระหว่างที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกมลชัชวาล ได้รับชำระเงินค่าบริการการใช้โทรศัพท์จากผู้ใช้บริการรายหนึ่งเป็นเช็ค1 ฉบับ ซึ่งเป็นการชำระค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ 5 ฉบับกับใบเตือน 1 ฉบับรวมกัน แต่โจทก์คืนใบเตือนให้ผู้ใช้บริการและมิได้ออกหลักฐานการชำระเงินส่วนนั้นให้แก่ผู้ใช้บริการเมื่อมีการส่งมอบเช็คและเงินสดให้แก่นายเวรรับฝากเงินสดจำนวน1,199.30 บาท ตามใบเตือนได้ขาดหายไป และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินไปส่งให้แก่นายภาณุพงศ์ รวมธรรม ในการส่งเงินโจทก์มิได้ลงบัญชีสมุดรับส่งเงินการที่เงินจำนวน1,199.30 บาท หายไปจึงเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของโจทก์ การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง ผู้ใช้บริการถูกตัดการใช้โทรศัพท์ คณะกรรมการจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน เพราะมีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 52)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานในสำนวนฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินสดและเช็คไปส่งมอบให้แก่นายภาณุพงศ์ และโจทก์มิได้รับชำระเงินจำนวนที่ขาดหายไปเป็นเงินสดดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแต่ได้รับเป็นเช็คและมอบเช็คให้จำเลยแล้วนั้นและโจทก์มิได้ทำให้จำเลยเสียหายหรือเสียชื่อเสียงล้วนเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งไล่ออกเป็นการไม่ชอบหากศาลฎีกาฟังว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในส่วนที่โจทก์ได้รับย้อนหลังด้วยนั้น เห็นว่าคดีมีประเด็นเฉพาะข้อที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลางที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.วิ.พ. มาตรา 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 578/2537นายประสิทธิ์ ม่วงเลี่ยมโจทก์การสื่อสารแห่งประเทศไทยจำเลยนายประสิทธิ์ ม่วงเลี่ยม โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอีกทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อบังคับและระเบียบของจำเลย ซึ่งปฏิบัติกับโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎระเบียบข้อบังคับ และโจทก์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีตามคำฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 55)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยและสั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและหน้าที่สุดท้ายตามเดิม ในอัตราค่าจ้างสุดท้ายและขึ้นเงินเดือนให้แก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากขาดรายได้นับตั้งแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างจนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง(21 เมษายน 2536) เป็นเงิน 125,471.63 บาทและให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในส่วนที่โจทก์ขาดรายได้ในอัตราเดือนละ 10,550 บาท

นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จหากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในส่วนของค่าตอบแทน ค่าจ้างเป็นเงิน4,260,200 บาทศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ในระหว่างที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกมลชัชวาล ได้รับชำระเงินค่าบริการการใช้โทรศัพท์จากผู้ใช้บริการรายหนึ่งเป็นเช็ค1 ฉบับ ซึ่งเป็นการชำระค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ 5 ฉบับกับใบเตือน 1 ฉบับรวมกัน แต่โจทก์คืนใบเตือนให้ผู้ใช้บริการและมิได้ออกหลักฐานการชำระเงินส่วนนั้นให้แก่ผู้ใช้บริการเมื่อมีการส่งมอบเช็คและเงินสดให้แก่นายเวรรับฝากเงินสดจำนวน1,199.30 บาท ตามใบเตือนได้ขาดหายไป และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินไปส่งให้แก่นายภาณุพงศ์

รวมธรรม ในการส่งเงินโจทก์มิได้ลงบัญชีสมุดรับส่งเงินการที่เงินจำนวน1,199.30 บาท หายไปจึงเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของโจทก์ การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง ผู้ใช้บริการถูกตัดการใช้โทรศัพท์ คณะกรรมการจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน เพราะมีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 52)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานในสำนวนฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินสดและเช็คไปส่งมอบให้แก่นายภาณุพงศ์ และโจทก์มิได้รับชำระเงินจำนวนที่ขาดหายไปเป็นเงินสดดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแต่ได้รับเป็นเช็คและมอบเช็คให้จำเลยแล้วนั้นและโจทก์มิได้ทำให้จำเลยเสียหายหรือเสียชื่อเสียงล้วนเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งไล่ออกเป็นการไม่ชอบหากศาลฎีกาฟังว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในส่วนที่โจทก์ได้รับย้อนหลังด้วยนั้น เห็นว่าคดีมีประเด็นเฉพาะข้อที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลางที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธวัชชัย พิทักษ์พล · ชลิต ประไพศาล · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2/2548

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตามที่ปรากฏในสำนวน แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1389/2546

การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารจำเลยทำรายการซื้อตั๋วแลกเงินแทนลูกค้า จากนั้นเก็บตั๋วแลกเงินที่ขายให้ลูกค้าไว้แล้วออกสมุดเงินฝากให้แก่ลูกค้าโดยที่ลูกค้ามิได้ฝากเงินไว้กับจำเลย เป็นการฝ่าฝืนต่…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2543 (เลขอ้างอิง 27600)

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกู้ยืมเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์การที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ห้ามพนักงานปล่อยเงินกู้ โดยถือเป็นความผิดในกรณีร้ายแรง เป็นการออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้