Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58583)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 2.1 ถึง 2.3 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับ ให้รับเฉพาะข้อ 2.4 และข้อ 3จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ในข้อ 2.1 จำเลยได้ต่อสู้ว่าโจทก์ทั้งสองได้ละทิ้งงานเกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายแรงงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)ในข้อ 2.2 เกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนในการขายนั้น เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินลาภมิควรได้ที่โจทก์ที่ 1 ต้องคืนจำเลยทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยในข้อ 2.3 ที่ศาลได้ให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสองนั้น หากศาลฎีกาได้วินิจฉัยตามที่จำเลยได้กล่าวไว้ในข้อ 2 แล้วจำเลยก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสามข้อของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ถึง 2.3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57)คดีสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 10,000 บาทค่าจ้างค้างจ่ายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ10,000 บาท ค่าตอบแทนการขายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 8,250บาท คำขออื่น นอกจากนี้และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกจำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์บางข้อดังกล่าว (อันดับ 50)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.3 ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง เพราะโจทก์ทั้งสองกระทำผิดโดยละทิ้งงานไปเกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกัน และอุทธรณ์ข้อ 2.2ว่าโจทก์ที่ 1 ขายสมาชิกได้รวม 20 ราย มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 3 ตามข้อกำหนดในเอกสารหมาย ล.1 เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยโจทก์ทั้งสองไม่ได้กระทำผิดและฟังว่าโจทก์ที่ 1 ขายสมาชิกได้รวม 21 ราย จึงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 4 ตามข้อกำหนดในเอกสารหมาย ล.1อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ถึง 2.3 จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ถึง 2.3 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 503 - 504/2537นางสาวทัศนีย์ ธรรมแพทย์โจทก์บริษัทกรีนเวิลด์ ไพรเวท กอล์ฟแลนด์ จำกัดจำเลยบริษัทกรีนเวิลด์ ไพรเวท กอล์ฟแลนด์ จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ข้อ 2.1 ถึง 2.3 เป็นอุทธรณ์ข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับ ให้รับเฉพาะข้อ 2.4 และข้อ 3จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ในข้อ 2.1 จำเลยได้ต่อสู้ว่าโจทก์ทั้งสองได้ละทิ้งงานเกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการกระทำผิดต่อกฎหมายแรงงานตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง คุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(4)ในข้อ 2.2 เกี่ยวกับเงินค่าตอบแทนในการขายนั้น เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินลาภมิควรได้ที่โจทก์ที่ 1 ต้องคืนจำเลยทั้งเป็นเรื่องเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยในข้อ 2.3 ที่ศาลได้ให้จำเลยจ่ายเงินค่าทดแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสองนั้น

หากศาลฎีกาได้วินิจฉัยตามที่จำเลยได้กล่าวไว้ในข้อ 2 แล้วจำเลยก็ไม่ต้องจ่ายเงินค่าทดแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและชดเชยให้แก่โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ทั้งสามข้อของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ถึง 2.3 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 57)คดีสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลเดียวกัน

ศาลแรงงานกลางพิจารณาพิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1และเรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 30,000 บาท โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 10,000 บาทค่าจ้างค้างจ่ายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 5,000 บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าให้แก่โจทก์ทั้งสองคนละ10,000 บาท ค่าตอบแทนการขายให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 8,250บาท คำขออื่น นอกจากนี้และฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกจำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์บางข้อดังกล่าว (อันดับ 50)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 54)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า

จำเลยอุทธรณ์ข้อ 2.1 และ 2.3 ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสอง เพราะโจทก์ทั้งสองกระทำผิดโดยละทิ้งงานไปเกินกว่า 3 วันทำงานติดต่อกัน และอุทธรณ์ข้อ 2.2ว่าโจทก์ที่ 1 ขายสมาชิกได้รวม 20 ราย มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 3 ตามข้อกำหนดในเอกสารหมาย ล.1 เป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลางที่ฟังว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยโจทก์ทั้งสองไม่ได้กระทำผิดและฟังว่าโจทก์ที่ 1 ขายสมาชิกได้รวม 21 ราย จึงมีสิทธิได้รับค่าตอบแทนร้อยละ 4 ตามข้อกำหนดในเอกสารหมาย ล.1อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ถึง 2.3 จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 54 ที่ศาลแรงงานกลางสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ถึง 2.3 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรชัย สมรรถเวช · ชลิต ประไพศาล · ชลอ บุณยเนตร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้