Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58570)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าพยานจำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังว่าทายาทคนอื่น ๆ ตกลงให้จำเลยใส่ชื่อในที่ดินมรดกเป็นชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว และการที่จำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองธนาคารแล้วไม่ชำระหนี้เป็นการกระทำโดยทุจริต การที่จำเลยฎีกาว่า ทายาททุกคนยินยอมให้จำเลยใส่ชื่อในที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว แล้วนำที่ดินไปจำนองธนาคาร จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิด 2 กระทง จำคุกกระทงละ6 เดือน รวม 12 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว จำคุก 6 เดือน จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว แม้จะเป็นการแก้ไขมากแต่มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและมีทางชนะคดีเป็นอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 77,78)โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91,352,353,354ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษกระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก รวม 12 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 75)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่าทายาททุกคนยินยอมให้จำเลยใส่ชื่อจำเลยคนเดียวในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินมรดกแล้วตกลงให้นำที่ดินไปจำนองธนาคาร เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 454/2537นายคูณ มนุษย์ กับพวกโจทก์นางสาวยืน มนุษย์จำเลยนายบัญญัติ โขมะพัฒน์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่าพยานจำเลยไม่มีน้ำหนักพอฟังว่าทายาทคนอื่น ๆ ตกลงให้จำเลยใส่ชื่อในที่ดินมรดกเป็นชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว และการที่จำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองธนาคารแล้วไม่ชำระหนี้เป็นการกระทำโดยทุจริต การที่จำเลยฎีกาว่า ทายาททุกคนยินยอมให้จำเลยใส่ชื่อในที่ดินดังกล่าวเป็นชื่อจำเลยแต่ผู้เดียว แล้วนำที่ดินไปจำนองธนาคาร จึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำความผิด 2 กระทง จำคุกกระทงละ6 เดือน รวม 12 เดือน และศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว จำคุก 6 เดือน จึงเป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดดังกล่าว

แม้จะเป็นการแก้ไขมากแต่มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย จึงต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและมีทางชนะคดีเป็นอย่างยิ่ง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 77,78)โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91,352,353,354ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 ประกอบด้วยมาตรา 354 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษกระทงละ 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก รวม 12 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียว ลงโทษจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 75)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 76)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยฎีกาว่าทายาททุกคนยินยอมให้จำเลยใส่ชื่อจำเลยคนเดียวในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินมรดกแล้วตกลงให้นำที่ดินไปจำนองธนาคาร เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้