Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58568)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้มี ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน 200,000 บาท และฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา โต้เถียงดุลพินิจ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยหยิบยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้อง มาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวมิได้มี ข้อโต้แย้งกันมาในศาลชั้นต้นแต่อย่างใด คำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นการแก้ไขในสาระสำคัญมิใช่การแก้ไขเล็กน้อย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และโจทก์ ฟ้องคดีนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2529 ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะนั้น คดีโจทก์ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ โดยใช้กฎหมายซึ่งออกมาภายหลัง มาใช้บังคับ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณา และขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียม ในชั้นนี้ของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 285) โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ 7764 เลขที่ดิน 12 ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2520 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ให้จำเลยทั้งหก ร่วมกันและแทนกันนำเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ออกรังวัดสอบเขตเพื่อแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวด้านทิศตะวันออก อันมีอาณาเขตติดต่อกับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ 1 งาน 46 ตารางวา แล้วจัดการโอนแล้วส่งมอบให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 280) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 282) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สิทธิในการฎีกานั้นจะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับขณะยื่นฎีกา คดีนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะพิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในข้อสาระสำคัญอย่างไรก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534มาตรา 18 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 438/2537นายใหญ่ แซ่อือโจทก์กระทรวงการคลัง กับพวกจำเลยนายใหญ่ แซ่อือฯ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้มี ทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน 200,000 บาท และฎีกาของโจทก์เป็นฎีกา โต้เถียงดุลพินิจ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามฎีกาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยหยิบยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้อง มาเป็นเหตุยกฟ้องโจทก์ทั้งที่ประเด็นดังกล่าวมิได้มี ข้อโต้แย้งกันมาในศาลชั้นต้นแต่อย่างใด คำพิพากษาของ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นการแก้ไขในสาระสำคัญมิใช่การแก้ไขเล็กน้อย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 และโจทก์ ฟ้องคดีนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2529 ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งที่ใช้บังคับในขณะนั้น

คดีโจทก์ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ โดยใช้กฎหมายซึ่งออกมาภายหลัง มาใช้บังคับ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณา และขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งเกี่ยวกับค่าฤชาธรรมเนียม ในชั้นนี้ของโจทก์ด้วย หมายเหตุ จำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 285) โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ 7764 เลขที่ดิน 12 ฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2520 ตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ให้จำเลยทั้งหก ร่วมกันและแทนกันนำเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ออกรังวัดสอบเขตเพื่อแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวด้านทิศตะวันออก อันมีอาณาเขตติดต่อกับที่ดินของโจทก์ทางด้านทิศตะวันตก เนื้อที่ 1 งาน 46 ตารางวา แล้วจัดการโอนแล้วส่งมอบให้แก่โจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 280) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 282) คำสั่ง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า สิทธิในการฎีกานั้นจะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับขณะยื่นฎีกา คดีนี้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท แม้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จะพิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในข้อสาระสำคัญอย่างไรก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534มาตรา 18 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · สมพงษ์ สนธิเณร · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้