Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58563)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกาฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลย ต่อมาจำเลยฎีกาฉบับที่สองพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาไม่อนุญาตให้ฎีกาศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 นอกจากนี้ฎีกาข้อ 3 ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ระหว่างพิจารณา นายสำเนียง โคกพูลและนางอองโคกพูล ผู้เสียหาย ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295,365(2)(3) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายนางบังอรภักตร์ผ่อง อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก 2 เดือนรวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วเป็นจำคุก 1 ปี 2 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาทั้งสองฉบับ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 103,105)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,365(2)(3)เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้าย ร่างกายนางบังอรภักตร์ผ่อง อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก2 เดือน เห็นว่า ข้อหาฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม ทั้งสอง ตามฟ้อง ข้อ 1 ก. ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้วสำหรับฎีกาข้อ 3 ที่ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายนางบังอร ตามฟ้องข้อ 1 ข. เป็นกรรมเดียวกับฟ้องข้อ 1 ก. หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามฎีกา ให้รับฎีกาเฉพาะข้อ 3 ของจำเลยฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2536 ในส่วนนี้ไว้พิจารณา และให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายใน 7 วัน นับแต่วันรับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 377/2537พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทองโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายสำเนียง โคกพูล และนางออง โคกพูลโจทก์นายเบญจา ทองโอภาสจำเลยนายเบญจา ทองโอภาส จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 218 ไม่รับฎีกาจำเลย ต่อมาจำเลยฎีกาฉบับที่สองพร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นรับรองให้ฎีกาผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาไม่อนุญาตให้ฎีกาศาลชั้นต้นจึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 นอกจากนี้ฎีกาข้อ 3 ของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันหรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

ระหว่างพิจารณา นายสำเนียง โคกพูลและนางอองโคกพูล ผู้เสียหาย ขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295,365(2)(3) เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายนางบังอรภักตร์ผ่อง อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก 2 เดือนรวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนดแล้วเป็นจำคุก 1 ปี 2 เดือนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาทั้งสองฉบับ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 103,105)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 117)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295,365(2)(3)เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365(2)(3) ซึ่งเป็นบทหนักที่มีโทษหนักที่สุด ให้จำคุก 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้าย ร่างกายนางบังอรภักตร์ผ่อง อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก2 เดือน เห็นว่า ข้อหาฐานบุกรุกและทำร้ายร่างกายโจทก์ร่วม ทั้งสอง ตามฟ้อง ข้อ 1 ก. ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน 5 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ของจำเลยชอบแล้วสำหรับฎีกาข้อ 3 ที่ว่าจำเลยทำร้ายร่างกายนางบังอร ตามฟ้องข้อ 1 ข. เป็นกรรมเดียวกับฟ้องข้อ 1 ก. หรือไม่ เป็นปัญหาข้อกฎหมายไม่ต้องห้ามฎีกา ให้รับฎีกาเฉพาะข้อ 3 ของจำเลยฉบับลงวันที่ 20 ธันวาคม 2536 ในส่วนนี้ไว้พิจารณา และให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายใน 7 วัน นับแต่วันรับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมปอง เสนเนียม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์พล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้