Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58539)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยอ้างไม่ ซึ่งคดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้พิพากษามีความเห็นแย้งแล้ว และโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเมื่ออยู่ในระหว่างการใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเดิม จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ประกอบกับฎีกาจำเลยที่ว่า ที่ดินซึ่งระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย เอกสารหมาย จ.6 กับที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 19811 ตามฟ้องโจทก์ เป็นที่ดินคนละแปลงกันเพราะมีอาณาเขตติดต่อของที่ดินข้างเคียงไม่ตรงกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90,91)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไปแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 19811 เลขที่ 612 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี ตามโฉนดเอกสารหมาย จ.5 หรือ จ.12 ให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.6 และชำระค่าเสียหายจำนวน 30,000 บาท แก่โจทก์ และให้โจทก์ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือ ให้แก่จำเลย หากจำเลยไม่ไปแบ่งแยกที่ดิน ให้ถือเอาคำพิพากษา เป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 75)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินซึ่งระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายกับที่ดินแปลงโฉนดที่ 19811 ตามฟ้องโจทก์เป็นที่ดินคนละแปลงกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา มิใช่จะต้องใช้ กฎหมายขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง ทั้งการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็มิใช่ กรณีที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นสั่งไม่ฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 245/2537นางสาวกฤษณาหรือศรอนงค์ ธีรากรโจทก์นางเทียน บุญจิตจำเลยนางเทียน บุญจิต จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหมดเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง หาใช่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายดังที่จำเลยอ้างไม่ ซึ่งคดีนี้มีราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่ผู้พิพากษามีความเห็นแย้งแล้ว และโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยเมื่ออยู่ในระหว่างการใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งฉบับเดิม จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ประกอบกับฎีกาจำเลยที่ว่า ที่ดินซึ่งระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขาย

เอกสารหมาย จ.6 กับที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 19811 ตามฟ้องโจทก์ เป็นที่ดินคนละแปลงกันเพราะมีอาณาเขตติดต่อของที่ดินข้างเคียงไม่ตรงกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90,91)โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินตามหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยไปแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 19811 เลขที่ 612 ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุงจังหวัดชลบุรี ตามโฉนดเอกสารหมาย จ.5 หรือ จ.12 ให้โจทก์ตามสัญญาจะซื้อจะขายเอกสารหมาย จ.6 และชำระค่าเสียหายจำนวน 30,000 บาท แก่โจทก์ และให้โจทก์ชำระราคาที่ดินส่วนที่เหลือ ให้แก่จำเลย

หากจำเลยไม่ไปแบ่งแยกที่ดิน ให้ถือเอาคำพิพากษา เป็นการแสดงเจตนาของจำเลยจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 75)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 81)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยฎีกาว่าที่ดินซึ่งระบุไว้ในสัญญาจะซื้อจะขายกับที่ดินแปลงโฉนดที่ 19811 ตามฟ้องโจทก์เป็นที่ดินคนละแปลงกัน ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนไปจากพยานหลักฐานในสำนวนนั้นเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ ในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา มิใช่จะต้องใช้ กฎหมายขณะที่โจทก์ยื่นฟ้อง ทั้งการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นก็มิใช่ กรณีที่ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ได้มีความเห็นแย้งแต่อย่างใด ศาลชั้นต้นสั่งไม่ฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · ไพศาล รางชางกูร · ประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้