Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58514)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองว่ามีเหตุอันควรฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องว่า รวม และมีคำสั่งฎีกาว่า ฎีกาจำเลยต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าตาม เอกสารหมายจ.5 และ จ.6 แต่อย่างใดเนื่องจากจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปจาก จังหวัดพิจิตรตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 แล้ว โจทก์ทั้งสี่จึง ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลย ยกขึ้นว่ากล่าว มาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 85 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาเช่าโดยไม่ยอมจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตาม สัญญาเช่าข้อ 3.2 ขอบังคับ ให้จำเลยและบริวารออกไป จากที่ดินที่เช่า โดยให้จำเลยรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างในที่ดิน ตามสัญญาเช่าออกไปด้วยและเรียกค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 96 ตำบลในเมืองอำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน6 ตารางวา ตามสัญญาเช่าภายใน 1 เดือน นับแต่วันนี้(30 ธันวาคม 2535) ให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในสภาพเรียบร้อย สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้โจทก์ทั้งสี่ มีอำนาจรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหากจำเลยไม่รื้อถอน นั้น เป็นเรื่องในส่วนการบังคับคดีที่โจทก์จะต้องดำเนินการต่อไป คำขอของ โจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาศาลชั้นต้นสั่งคำร้องและสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,76)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ศาลอุทธรณ์รับฟัง คำเบิกความของโจทก์ที่ 1ซึ่งเบิกความประกอบ หนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าและใบตอบรับทางไปรษณีย์เอกสารหมายจ.5, จ.6 แล้วเชื่อว่าโจทก์ทั้งสี่ ได้บอกเลิก สัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ไม่มีพยานบุคคลอื่นใดมาสนับสนุนข้ออ้าง ของโจทก์ และว่าจำเลยไม่ทราบการบอกกล่าวเพราะได้ย้าย ภูมิลำเนา ไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่จำเลยมิได้สืบพยานอย่างใด เนื่องจากในชั้นพิจารณา จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 162/2537นางสาวเกษม ธิตะจารี กับพวกโจทก์นายสุเมธ เดียวสุรินทร์จำเลยนายกฤติกร ญาณฤทธิ์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองว่ามีเหตุอันควรฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องว่า รวม และมีคำสั่งฎีกาว่า ฎีกาจำเลยต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าตาม เอกสารหมายจ.5 และ จ.6 แต่อย่างใดเนื่องจากจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปจาก จังหวัดพิจิตรตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 แล้ว โจทก์ทั้งสี่จึง ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลย ยกขึ้นว่ากล่าว มาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 85 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาเช่าโดยไม่ยอมจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตาม

สัญญาเช่าข้อ 3.2 ขอบังคับ ให้จำเลยและบริวารออกไป จากที่ดินที่เช่า โดยให้จำเลยรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างในที่ดิน ตามสัญญาเช่าออกไปด้วยและเรียกค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 96 ตำบลในเมืองอำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน6 ตารางวา ตามสัญญาเช่าภายใน 1 เดือน นับแต่วันนี้(30 ธันวาคม 2535) ให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในสภาพเรียบร้อย สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้โจทก์ทั้งสี่ มีอำนาจรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหากจำเลยไม่รื้อถอน นั้น เป็นเรื่องในส่วนการบังคับคดีที่โจทก์จะต้องดำเนินการต่อไป คำขอของ โจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาศาลชั้นต้นสั่งคำร้องและสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,76)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ศาลอุทธรณ์รับฟัง คำเบิกความของโจทก์ที่ 1ซึ่งเบิกความประกอบ หนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าและใบตอบรับทางไปรษณีย์เอกสารหมายจ.5, จ.6 แล้วเชื่อว่าโจทก์ทั้งสี่ ได้บอกเลิก สัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ไม่มีพยานบุคคลอื่นใดมาสนับสนุนข้ออ้าง ของโจทก์ และว่าจำเลยไม่ทราบการบอกกล่าวเพราะได้ย้าย ภูมิลำเนา ไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่จำเลยมิได้สืบพยานอย่างใด เนื่องจากในชั้นพิจารณา จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิน อักขรายุธ · วินัย วิมลเศรษฐ · ชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้