Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5851/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ค่าจ้างหมายความรวมถึงเงินที่จ่ายให้ในวันหยุดซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย และถ้านายจ้างเลิกจ้างลูกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิด ให้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ โดยให้จ่ายเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ดังนั้นค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจึงเป็นค่าจ้าง ลูกจ้างทำงานมานาน 1 ปี 8 เดือนครึ่ง แล้วถูกเลิกจ้าง โดยมิได้มีความผิด เมื่อยังมิได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี จึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วน ที่มีสิทธิได้รับโดยสำหรับปีแรกเต็มปีจำนวน 6 วันทำงาน และอีก 8 เดือนครึ่งจำนวน 4 วันทำงาน รวมเป็น 10 วันทำงาน เมื่อนายจ้างเลิกจ้างก็ได้จ่ายเงินค่าจ้าง เงินค่าสินจ้าง แทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและเงินค่าชดเชยให้ครบถ้วนแล้ว คงมีปัญหาเฉพาะเรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีโดยนายจ้าง อ้างว่าลูกจ้างใช้สิทธิลาหยุดด้วยวาจาไปครบถ้วนแล้วซึ่ง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าในฐานะที่นายจ้างประกอบกิจการโรงพยาบาล ก็น่าจะมีวิธีการจดแจ้งหรือบันทึกเรื่องการลาหยุดไว้ จึงฟังได้ว่า ลูกจ้างยังมิได้ใช้สิทธิลาหยุด พฤติการณ์ที่ปรากฏยังไม่เพียงพอว่า นายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร จึง ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม โจทก์ฟ้องขอให้ชำระเงินเพิ่มเติมของเงินค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 68,400 บาท และให้ชำระเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 15ของเงินค้างจ่ายทุกระยะเวลา 7 วันนับแต่วันฟ้อง โดยมิได้มีคำขอให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ดังนั้น อุทธรณ์ของโจทก์ที่ขอให้ชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จึงเป็นข้อมิได้ยกขึ้นว่ากล่าว ในศาลแรงงานกลาง และคำขอนี้ก็มิได้ระบุไว้ในคำขอท้ายฟ้อง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 ป.วิ.พ. มาตรา 225

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำงานเป็นแพทย์ประจำโรงพยาบาลของจำเลยเป็นเวลานาน 1 ปี 8 เดือนครึ่ง รับเงินเดือนครั้งสุดท้าย38,000 บาท เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2532 จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่ได้กระทำความผิดโจทก์ไม่เคยลาหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์ เป็นระยะเวลา 12 วัน เป็นเงิน 15,200 บาท ต่อมาวันที่ 12 มิถุนายน2533 โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยชำระหนี้ และวันที่ 16พฤศจิกายน 2533 โจทก์มีหนังสือทวงถามลงทะเบียนตอบรับถึงจำเลยอีกจำเลยเพิกเฉยจำเลยจึงต้องรับผิดจ่ายเงินเพิ่มให้แก่โจทก์อัตราร้อยละ 15 ของค่าจ้างที่ค้างชำระทุกระยะ 7 วัน นับแต่วันที่ถึงกำหนดจ่ายคือวันที่ 31 มีนาคม 2532 แต่โจทก์ขอคิดเงินเพิ่มเพียงนับแต่วันที่ 12 มิถุนายน 2533 เป็นเงิน 68,400 บาท

ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 15,200 บาทให้จำเลยชำระเงินเพิ่มของเงินค่าจ้างวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 68,400 บาท และให้ชำระเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 15 ของเงินค้างจ่ายทุกระยะเวลา 7 วัน นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยให้การว่า เมื่อโจทก์ออกจากงาน จำเลยได้จ่ายเงินประเภทต่าง ๆ ให้โจทก์ครบถ้วนตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานแล้วโจทก์ทำงานในตำแหน่งนายแพทย์ประจำห้องป่วยฉุกเฉิน และได้รับสิทธิพิเศษต่างจากพนักงานของจำเลยทั่วไป โดยไม่ต้องลงเวลาทำงานและเวลาเลิกงาน การลาหยุดก็ไม่ต้องทำใบลายื่นกับจำเลย โจทก์ได้หยุดงานพักผ่อนเกินกว่าปีละ 6 วันตามกฎหมายกำหนดก่อนออกจากงานโจทก์หยุดพักผ่อนเป็นเวลาเกือบ 20 วัน จึงไม่มีสิทธิได้รับเงินค่าจ้างในวันหยุดพักผ่อนประจำปี

นอกจากนี้โจทก์ทำงานกับจำเลย 1 ปี 8เดือนครึ่ง มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่เกิน 6 วัน จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกกล่าวทวงถามจากโจทก์ โจทก์จึงไม่มีสิทธิคิดเงินเพิ่มจากจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์ทำงานครบ 1 ปี แล้วย่อมมีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงานหลังจากนั้นเมื่อโจทก์ทำงานต่อไปอีก 8 เดือนครึ่ง ก็มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีอีก 4 วันทำงาน รวมแล้วโจทก์มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ 10 วันทำงาน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 10 วรรคแรก เมื่อโจทก์ยังมิได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี จำเลยจึงต้องจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้โจทก์ โดยค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเงินชดเชย

ไม่ถือว่าเป็นค่าจ้าง ตามนัยแห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 31แล้วพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน 12,666.66 บาท แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยกโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์ทำงานกับจำเลย 1 ปี 8 เดือนครึ่ง โจทก์มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ทั้งหมด 12 วันทำงาน เห็นว่า การที่โจทก์จะได้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันทำงานนั้น โจทก์จะต้องทำงานมาแล้วครบ 1 ปีเสียก่อน ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการคุ้มครองแรงงาน ข้อ 10 วรรคแรก การที่โจทก์ทำงานต่อจากปีแรกมาอีกเพียง 8 เดือนครึ่ง โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่มีสิทธิได้รับตามข้อ 45ของประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเมื่อคำนวณตามส่วนแล้วเป็นเวลา 4 วันทำงาน รวมกับปีแรกเต็มปีอีก6 วันทำงาน จึงเท่ากับ 10 วันทำงาน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นที่โจทก์อุทธรณ์ว่า

ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นค่าจ้างโจทก์จึงมีสิทธิได้รับเงินเพิ่ม เห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 2 ให้คำนิยามค่าจ้างไว้ว่าหมายความรวมถึงเงินที่จ่ายให้ในวันหยุดซึ่งลูกจ้างไม่ได้ทำงานด้วย ทั้งข้อ 45 และข้อ 32(3) กำหนดว่า ถ้านายจ้างเลิกจ้างโดยลูกจ้างมิได้มีความผิดตามข้อ 47 ให้จ่ายค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามส่วนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับ โดยให้จ่ายเท่ากับค่าจ้างในวันทำงาน ดังนั้น ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจึงเป็นค่าจ้าง ตามนัยข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการคุ้มครองแรงงาน อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น และเห็นควรวินิจฉัยปัญหาเรื่องเงินเพิ่มไปเลยทีเดียว

เห็นว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานข้อ 31 กำหนดว่าถ้านายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่ายค่าจ้างโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร เมื่อพ้นกำหนดเวลาเจ็ดวันนับแต่วันถึงกำหนดจ่าย นายจ้างจะต้องจ่ายเงินเพิ่มให้แก่ลูกจ้าง ข้อกำหนดนี้ย่อมหมายถึงนายจ้างจงใจผิดนัดในการจ่าย โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ข้อเท็จจริงปรากฎว่าเมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยได้จ่ายเงินค่าจ้าง เงินค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และเงินค่าชดเชย ให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้วเหตุแห่งคดีนี้ก็พิพาทกันแต่เรื่องค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า ในฐานะที่จำเลยประกอบกิจการโรงพยาบาลก็น่าจะมีวิธีการจดแจ้งหรือบันทึกเรื่องการลาหยุดพักผ่อนประจำปีไว้จึงฟังได้ว่าโจทก์ยังมิได้ใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจำปี ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏยังไม่เพียงพอที่จะให้รับฟังได้ว่าจำเลยจงใจผิดนัดในการจ่ายโดยปราศจากเหตุผลอันสมควร

จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้นที่โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีให้โจทก์ด้วยนั้น โจทก์มิได้ยกข้อนี้ขึ้นว่ากล่าวในศาลแรงงานกลางและมิได้ระบุคำขอในเรื่องนี้ไว้ในคำขอท้ายฟ้องศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4004/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14560/2558

คดีนี้ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันที่ 15 กันยายน 2548 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกิจการของจำเลย ได้ลงนามในคำสั่งที่ 6/2548 เพื่อระงับการทำหน้าที่ของ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11269/2558

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ต่อศาลแรงงานกลางเป็นคดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างเกี่ยวกับการทำงานตามสัญญาจ้างแรงงานหาใช่เป็นคดีละเมิดอย่างเดียวไม่ เพราะโจทก์กับจำเลยที่ 1 เป็นนายจ้างลูกจ้างมีข้อผูกพันตามสัญญาจ้างแ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้