Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 585/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยทั้งสองได้ตกลงกันภายหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้ทราบว่าวันที่ 31 ธันวาคม 2538 ซึ่งเป็นวันนัดโอนห้องชุดพิพาทที่ตกลงนัดกันไว้เดิมเป็นวันหยุดราชการ กรณีเป็นที่เห็นได้ว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองมิได้ถือเอาวันที่ 31 ธันวาคม 2538 ตามที่ตกลงกำหนดในหนังสือสัญญาจะซื้อขายกันไว้เดิมเป็นวันจดทะเบียนโอนห้องชุดพิพาทต่อไปแล้ว หากแต่โจทก์และจำเลยทั้งสองมีข้อตกลงกันใหม่โดยให้จำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายไปติดต่อกรมที่ดินก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2538 แล้วแจ้งให้โจทก์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 7 วัน เมื่อโจทก์รับว่าจำเลยทั้งสองได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อมายังโจทก์ในระหว่างวันที่ 4 - 28 ธันวาคม 2538 อยู่หลายครั้ง เพื่อนัดวันโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดพิพาท เท่ากับโจทก์ยินยอมให้จำเลยทั้งสองแจ้งวันนัดโอนทางโทรศัพท์โดยมิได้ถือเอาข้อตกลงในหนังสือสัญญาที่ให้แจ้งวันนัดโอนให้โจทก์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 7 วัน เป็นสาระสำคัญ ปรากฏว่าในวันที่ 29 ธันวาคม 2538 ซึ่งเป็นวันนัดโอน โจทก์ไม่ไปรับโอนห้องชุดพิพาท จึงฟังได้ว่าโจทก์ตกเป็นผู้ผิดสัญญา จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิริบมัดจำ

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาจะขายห้องชุดให้แก่โจทก์ในราคา 500,000 บาท ในวันทำสัญญาโจทก์ได้วางมัดจำไว้แล้วเป็นเงิน 100,000 บาท จำเลยทั้งสองสัญญาจะจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดให้โจทก์ พร้อมรับเงินส่วนที่เหลือภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2538 โดยจำเลยทั้งสองจะเป็นฝ่ายติดต่อกับสำนักงานที่ดินพร้อมทั้งแจ้งกำหนดนัดโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 7 วัน แต่จำเลยทั้งสองไม่ได้ดำเนินการติดต่อกับสำนักงานที่ดินและไม่ได้แจ้งวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ทราบ เมื่อล่วงเลยกำหนดเวลาโอนแล้ว โจทก์ไม่ประสงค์จะซื้อกรรมสิทธิ์ห้องชุดต่อไป จึงบอกเลิกสัญญาจะซื้อขายแก่จำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองจึงต้องคืนมัดจำพร้อมดอกเบี้ยและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 207,958 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญาจะขายกับโจทก์จริง ในการทำสัญญามีการตกลงว่าจำเลยจะไปติดต่อกับกรมที่ดินก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2538 และจะแจ้งให้โจทก์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 7 วัน เพื่อทำการโอน แต่โจทก์ไม่ได้ให้ที่อยู่ของโจทก์ไว้ คงให้แต่เพียงหมายเลขโทรศัพท์ของโจทก์แก่จำเลยที่ 2 เท่านั้น จำเลยทั้งสองติดต่อกับโจทก์ทางโทรศัพท์ขอให้ส่งที่อยู่มาให้ เพื่อที่จะได้แจ้งวันนัดโอนให้ทราบ แต่โจทก์ให้แจ้งกำหนดนัดโอนทางโทรศัพท์ก็ได้ ต่อมาจำเลยทั้งสองแจ้งให้โจทก์ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ในวันที่ 29 ธันวาคม 2538 แต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ไปรับโอนกรรมสิทธิ์ จำเลยทั้งสองจึงไม่ต้องคืนมัดจำและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองไม่แก้อุทธรณ์ จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามหนังสือสัญญาจะซื้อขาย โจทก์และจำเลยทั้งสองตกลงนัดจดทะเบียนโอนห้องชุดพิพาทกันในวันที่ 31 ธันวาคม 2538 ต่อมาโจทก์และจำเลยที่ 2 ได้ตรวจดูหนังสือสัญญาจะซื้อขายดังกล่าวปรากฏว่า วันที่ 31 ธันวาคม 2538 ซึ่งเป็นวันนัดโอนเป็นวันหยุดราชการ จึงได้ตกลงกันให้จำเลยทั้งสองเป็นผู้ไปติดต่อกรมที่ดินก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2538 หากนัดโอนวันใดแล้วให้แจ้งให้โจทก์ทราบ โดยจำเลยที่ 2 ได้เขียนบันทึกข้อตกลงเพิ่มเติมไว้ในหนังสือสัญญาจะซื้อขายตรงที่มีเครื่องหมายดอกจันว่า "ผู้จะขายจะเป็นฝ่ายไปติดต่อกรมที่ดินก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2538 และจะแจ้งให้ผู้จะซื้อทราบก่อน 7 วัน เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อทำการโอนและรับเงินส่วนที่เหลืออีก 400,000 บาท" ในการทำหนังสือสัญญาจะซื้อขายห้องชุดพิพาทกันนี้ได้ความจากคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ว่า

ขณะทำสัญญาโจทก์ให้ไว้แต่เพียงหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้านโจทก์และหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ของโจทก์เพื่อใช้สำหรับติดต่อกันเท่านั้น ซึ่งต่อมาจำเลยทั้งสองได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อมายังโจทก์หลายครั้งเพื่อเป็นการนัดวันโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดพิพาท เท่ากับโจทก์ยินยอมให้จำเลยทั้งสองแจ้งวันนัดโอนห้องชุดพิพาทให้โจทก์ทราบทางโทรศัพท์โดยมิได้ถือเอาข้อตกลงในหนังสือสัญญาที่ให้แจ้งวันนัดโอนให้โจทก์ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน 7 วัน เป็นสาระสำคัญ ข้อเท็จจริงจึงมีเหตุผลและน้ำหนักรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองได้แจ้งให้โจทก์ไปรับโอนห้องชุดพิพาทในวันที่ 29 ธันวาคม 2538 เมื่อปรากฏว่าในวันที่ 29 ธันวาคม 2538 ซึ่งเป็นวันนัดโอน โจทก์ไม่ไปรับโอนห้องชุดพิพาท

กรณีจึงฟังได้ว่าโจทก์ตกเป็นผู้ผิดสัญญา เมื่อตามหนังสือสัญญาจะซื้อขายระบุไว้ชัดแจ้งว่า ถ้าผู้จะซื้อผิดสัญญา ผู้จะขายจำเป็นต้องริบเงินมัดจำทันที จำเลยทั้งสองย่อมมีสิทธิริบมัดจำจำนวน 100,000 บาท ที่โจทก์วางไว้ตามข้อสัญญาดังกล่าวได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยต้องกันว่าโจทก์เป็นผู้ผิดสัญญา ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกมัดจำและค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองโดยพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยข้ออ้างประการอื่น ๆ ในฎีกาของโจทก์ต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาท แทนจำเลยทั้งสอง.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จำรูญ แสนภักดี · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · วสันต์ ตรีสุวรรณ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวรพจน์ วิไลชนม์
ศาลอุทธรณ์ - นายพลภักดี สิริทิพากร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้