Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2537 (เลขอ้างอิง 58497)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นการโอนลิขสิทธิ์ส่วนจำเลย เถียงว่าเป็นเพียงการขายให้สิทธิ ในการฉายโจทก์ร่วม จึงมิใช่ผู้เสียหายเป็นการเถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำมาสู่ปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อนี้จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาข้อ 2.3จำเลยเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังว่า นายหอมมีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้นายสมชาติ แซ่ตั้งดำเนินคดีแทน โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจจากโจทก์ร่วม จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาข้อ 2.2 จำเลยเถียงว่า หนังสือมอบอำนาจมิได้ปิดอากร จึงรับฟัง เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกา เฉพาะข้อนี้ไว้พิจารณาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่าโจทก์และโจทก์ร่วมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ในคดีนี้และฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่า การมอบอำนาจเกี่ยวกับ การดำเนินคดีนี้เป็นไปโดยมิชอบ ไม่ผูกพันจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 129)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายศิริศักดิ์ จึงอนุเคราะห์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 25(2),27(1)(2),43 วรรคสอง,44 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,90 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 25(2),43 วรรคสอง ที่มีโทษหนักที่สุด ให้ปรับคนละ 20,000 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 127)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2.1 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทกรุ๊ฟโฟร์โปรดักชั่นจำกัดขายลิขสิทธิ์ภาพยนต์เรื่องบ้านผีปอบภาค 2 ให้แก่โจทก์ร่วม จำเลยฎีกาว่า บริษัทดังกล่าวมิได้ขายลิขสิทธิ์ แต่เป็นการให้สิทธิในการ ฉายภาพยนต์ เป็นการเถียงพยานหลักฐานที่ศาลอุทธรณ์รับฟังจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ 2.3 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นายหอมมอบอำนาจตามที่ได้รับมาจากโจทก์ร่วมให้แก่นายสมชาติดำเนินคดีแทน มิได้มอบให้ฐานะผู้มีลิขสิทธิ์ จำเลยฎีกา ว่านายหอมไม่มีอำนาจที่จะมอบให้แก่นายสมชาติ การมอบอำนาจไม่ผูกพันจำเลยทั้งสองให้ต้องยอมรับเท่ากับเป็นการเถียงว่านายหอมไม่ได้รับมอบอำนาจมาจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 67/2537พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายศิริศักดิ์ จึงอนุเคราะห์โจทก์นายปัญญา อุบล กับพวกจำเลยนายปัญญา อุบล ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายกิมเฮง อุบล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นการโอนลิขสิทธิ์ส่วนจำเลย เถียงว่าเป็นเพียงการขายให้สิทธิ ในการฉายโจทก์ร่วม จึงมิใช่ผู้เสียหายเป็นการเถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำมาสู่ปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อนี้จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาข้อ 2.3จำเลยเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังว่า นายหอมมีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้นายสมชาติ แซ่ตั้งดำเนินคดีแทน โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจจากโจทก์ร่วม จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาข้อ 2.2 จำเลยเถียงว่า หนังสือมอบอำนาจมิได้ปิดอากร จึงรับฟัง เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกา

เฉพาะข้อนี้ไว้พิจารณาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่าโจทก์และโจทก์ร่วมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ในคดีนี้และฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่า การมอบอำนาจเกี่ยวกับ การดำเนินคดีนี้เป็นไปโดยมิชอบ ไม่ผูกพันจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 129)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายศิริศักดิ์ จึงอนุเคราะห์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 25(2),27(1)(2),43 วรรคสอง,44 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,90 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 25(2),43 วรรคสอง ที่มีโทษหนักที่สุด ให้ปรับคนละ 20,000 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 1

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 127)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2.1 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทกรุ๊ฟโฟร์โปรดักชั่นจำกัดขายลิขสิทธิ์ภาพยนต์เรื่องบ้านผีปอบภาค 2 ให้แก่โจทก์ร่วม จำเลยฎีกาว่า บริษัทดังกล่าวมิได้ขายลิขสิทธิ์ แต่เป็นการให้สิทธิในการ ฉายภาพยนต์ เป็นการเถียงพยานหลักฐานที่ศาลอุทธรณ์รับฟังจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ 2.3 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นายหอมมอบอำนาจตามที่ได้รับมาจากโจทก์ร่วมให้แก่นายสมชาติดำเนินคดีแทน มิได้มอบให้ฐานะผู้มีลิขสิทธิ์ จำเลยฎีกา ว่านายหอมไม่มีอำนาจที่จะมอบให้แก่นายสมชาติ การมอบอำนาจไม่ผูกพันจำเลยทั้งสองให้ต้องยอมรับเท่ากับเป็นการเถียงว่านายหอมไม่ได้รับมอบอำนาจมาจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิมล สมานิตย์ · สกล เหมือนพะวงศ์ · ถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้