Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5849/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยมีไม้ของกลางโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยนำไม้ของกลางเคลื่อนที่จึงมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 38 แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 อันจะขอใบเบิกทางได้ จำเลยจึงไม่มีความผิดข้อหานำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 39

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 38 พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2545 จำเลยกระทำผิดหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยมีไม้รังท่อน อันยังมิได้แปรรูปซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. จำนวน 3 ท่อน ปริมาตร 2.18 ลูกบาศก์เมตร อันเป็นไม้หวงห้าม เคลื่อนไปตามถนนสายตาลชุม-ไหล่น่าน หมู่ที่ 1 ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน โดยไม่มีใบเบิกทางของเจ้าพนักงานที่กำกับไปด้วย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และจำเลยต่อสู้ขัดขวางว่าที่ร้อยตรีสายันต์ ปลัดอำเภอเวียงสา (เจ้าพนักงานปกครอง) ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิดอาญาในการปฏิบัติการตามหน้าที่จับกุมจำเลยขณะกระทำผิดโดยจำเลยขับรถยนต์บรรทุกไม้แล่นหลบหนีการจับกุมไปตามถนนสายตาลชุม-ไหล่น่าน แล้วยกกระบะระบบไฮดรอลิก

บรรทุกเทไม้รังท่อนทิ้งบนถนนบริเวณสะพานข้ามถนนสายดังกล่าวเพื่อขัดขวางมิให้ว่าที่ร้อยตรีสายันต์ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน กข 88 น่าน แล่นตามจับกุมจำเลย และจำเลยยังขับรถยนต์บรรทุกดังกล่าวชนท้ายรถยนต์ของว่าที่ร้อยตรีสายันต์ที่ขับแล่นตามและจอดขวางรถยนต์จำเลยเพื่อมิให้จำเลยขับรถแล่นหลบหนีไปได้ จนเป็นเหตุให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน กข 88 น่าน ของว่าที่ร้อยตรีสายันต์ได้รับความเสียหาย ฝากกระโปรงท้ายยุบกันชนท้ายและไฟท้ายแตกใช้การไม่ได้ คิดเป็นค่าเสียหายประมาณ 40,000 บาท เหตุเกิดที่ตำบลตาลชุม อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ผู้ประสงค์สินบนนำจับเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมยึดไม้รังดังกล่าวและรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-2629 น่าน ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นของกลาง

ก่อนคดีนี้จำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ฐานมีไม้หวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 859/2545 หมายเลขแดงที่ 806/2545 ภายในระยะเวลาที่ศาลรอการลงโทษจำเลยมากระทำความผิดคดีนี้อีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 5, 7, 39, 69, 71 ทวิ, 74, 74 ทวิ, 74 จัตวา ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 138, 358 ริบของกลางทั้งหมด จ่ายเงินสินบนนำจับตามกฎหมาย และนำโทษที่ศาลรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 806/2545 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษของจำเลยในคดีนี้

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้บวกโทษ ระหว่าพิจารณาของศาลชั้นต้น ว่าที่ร้อยตรีสายันต์ ผู้เสียหาย ขอถอนคำร้องทุกข์ในข้อหาทำให้เสียทรัพย์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตและให้จำหน่ายคดีเฉพาะข้อหาทำให้เสียทรัพย์ออกจากสารบบความ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 39, 69 วรรคหนึ่ง, 71 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีไม้หวงห้ามยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครอง จำคุก 2 ปี ฐานนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วย จำคุก 9 เดือน รวมโทษจำคุก 2 ปี 9 เดือน คำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 10 เดือน นำโทษจำคุก 1 ปี ที่รอการลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 806/2545 ของศาลชั้นต้น บวกเข้ากับโทษคดีนี้ รวมจำคุก 2 ปี 10 เดือน ริบของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาแผนกคดีสิ่งแวดล้อมวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมยึดไม้รังอันยังมิได้แปรรูปซึ่งเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ตามบัญชีต่อท้ายพระราชกฤษฎีกากำหนดไม้หวงห้าม พ.ศ. 2530 ลำดับที่ 75 ลำดับ จำนวน 3 ท่อน ปริมาตร 2.18 ลูกบาศก์เมตร และรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ คันหมายเลขทะเบียน 80-2629 น่าน เป็นของกลาง

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีว่าที่ร้อยตรีสายันต์ ปลัดอำเภอเวียงสา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน กับนายสงวน และนายพายัพ อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอเวียงสา ผู้ร่วมจับกุมจำเลยเป็นประจักษ์พยานเบิกความสอดคล้องต้องกันได้ความว่า วันเวลาเกิดเหตุตามฟ้องขณะที่พยานทั้งสามกับพวกร่วมกันตั้งด่านตรวจเพื่อจับกุมผู้ลักลอบขนไม้ผิดกฎหมายตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ จำเลยได้ขับรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ คันหมายเลขทะเบียน 80-2629 น่าน จะผ่านด่านตรวจ พยานทั้งสามและพวกให้สัญญาณเพื่อให้จำเลยหยุดรถ จำเลยไม่ยอมหยุดกลับเร่งความเร็วหลบหนี พยานทั้งสามจึงได้ขับรถยนต์ไล่ตามรถยนต์บรรทุกของจำเลยไป

ขณะขับรถไล่ตามระหว่างทางบริเวณทางเบี่ยงที่กำลังก่อสร้างสะพาน จำเลยได้บังคับยกกระบะระบบไฮดรอลิกท้ายรถยนต์บรรทุกของจำเลยเทท่อนไม้ของกลางจำนวน 3 ท่อน ลงบนถนน แล้วยังคงขับหลบหนีต่อไป พวกของพยานทั้งสามได้ใช้อาวุธปืนยิงยางรถยนต์ของจำเลยเพื่อมิให้หลบหนีต่อไป ยางรถยนต์ของจำเลยแตก แต่จำเลยก็ยังคงฝืนขับรถยนต์หลบหนี พยานทั้งสามกับพวกขับรถติดตามจนกระทั่งทันรถยนต์ของจำเลย ว่าที่ร้อยตรีสายันต์ได้ขับรถยนต์ติดตามแซงรถยนต์ของจำเลยขึ้นไปแล้วจอดดักรถยนต์ของจำเลยไว้ จำเลยได้ขับรถยนต์ชนรถยนต์ของว่าที่ร้อยตำรวจตรีสายันต์เป็นเหตุให้จำเลยไม่สามารถขับรถยนต์หลบหนีต่อไปได้ พยานทั้งสามกับพวกได้ลงจากรถเพื่อจับกุมจำเลย จำเลยเปิดประตูรถยนต์แล้ววิ่งหลบหนี

พยานทั้งสามกับพวกไล่ติดตามจับกุมจำเลยได้ทันที จากนั้นได้แจ้งข้อหาตามฟ้องแก่จำเลย จำเลยให้การรับสารภาพ พยานทั้งสามกับพวกจึงได้นำตัวจำเลยส่งมอบต่อพนักงานสอบสวน เห็นว่า พยานโจทก์ทั้งสามปากเบิกความถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นลำดับชั้นตอนต่อเนื่อง ตั้งแต่ติดตามจับกุมจำเลยจนกระทั่งจับกุมจำเลยได้อย่างสอดคล้องต้องกัน พยานโจทก์ปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำใส่ร้ายจำเลย น่าเชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความตามความเป็นจริง ข้อต่อสู้ของจำเลยที่นำสืบอ้างว่า วันเวลาเกิดเหตุจำเลยจะขับรถนำรถยนต์บรรทุกของกลางไปบรรทุกทรายให้นายจ้างโดยจำเลยปิดกระจกรถและเปิดเพลงฟังทำให้ไม่ได้ยินเสียงปืนที่พยานโจทก์กับพวกยิงล้อรถของจำเลย

จำเลยกล่าวอ้างขึ้นอย่างลอยๆ และน่าจะเป็นเรื่องผิดปกติของบุคคลทั่วไปที่ตกอยู่ในภาวะที่ถูกเจ้าพนักงานขับรถไล่ติดตามจับกุมเช่นจำเลยควรจะรู้ ส่วนที่จำเลยฎีกาอ้างในทำนองว่าพยานโจทก์และพวกไม่ได้แต่งเครื่องแบบในการปฏิบัติหน้าที่แต่ละคนมีอาวุธปืน จำเลยย่อมเกิดความกลัวเพราะเป็นที่เปลี่ยว ถ้าหากหยุดรถแล้วย่อมเสี่ยงต่อการถูกปล้น และพยานโจทก์กับพวกยังได้ใช้ปืนยิงไปที่รถยนต์ของจำเลยอีกด้วย จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยกระทำความผิดแล้วหลบหนี แต่เป็นการที่จำเลยหนีตายจากการถูกปล้นมากกว่า เช่นนี้ข้ออ้างของจำเลยเป็นข้อที่จำเลยเพิ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกา ทั้งขัดต่อข้อนำสืบต่อสู้ของจำเลยอีกด้วย ฎีกาส่วนนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาในทำนองว่า ประจักษ์พยานโจทก์เห็นเหตุการณ์ขณะที่จำเลยขับรถแล้วบังคับยกกระบะท้ายรถเทท่อนไม้ของกลางทิ้งจากรถนั้น ประจักษ์พยานโจทก์ทั้งสมปากเบิกความแตกต่างกันในระยะห่างของการเห็นเหตุการณ์ จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือนั้น เห็นว่า พฤติการณ์ที่พยานโจทก์ขับรถไล่ตามเพื่อจับกุมจำเลยเช่นนี้ การคำนวณระยะห่างที่เห็นการกระทำของจำเลยย่อมคลาดเคลื่อนแตกต่างกันได้บ้างทั้งไม้ของกลางก็เป็นไม้ท่อนขนาดใหญ่ ซึ่งน่าจะมองเห็นได้ในระยะไกล ข้อแตกต่างในเรื่องระยะห่างของการเห็นที่พยานโจทก์เบิกความต่างกันไม่เกิน 100 เมตร เช่นนี้ ไม่เป็นสาระสำคัญถึงกับทำให้น้ำหนักคำเบิกความของพยานโจทก์เกี่ยวกับการเห็นจำเลยทิ้งไม้จากรถยนต์ของกลางให้เป็นอื่นได้

ฎีกาส่วนนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นเช่นกัน ดังได้วินิจฉัยพยานหลักฐานโจทก์ พยานหลักฐานของจำเลยตลอดจนถึงฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่า ไม้ของกลางเป็นไม้ที่อยู่ในความครอบครองของจำเลย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีไม้หวงห้ามอันยังไม่ได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่สำหรับความผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วยนั้น เห็นว่า จำเลยมีไม้ของกลางโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยนำไม้ของกลางเคลื่อนที่จึงมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 อันจะขอใบเบิกทางได้

จำเลยจึงไม่มีความผิดในข้อหานำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับได้ การกระทำของจำเลยไม่เป็นการฝ่าฝืนตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 39 ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยไม่ได้ฎีกา ศาลฎีกาก็ยกขึ้นวินิจฉัยได้ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานนี้ตามฟ้อง ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับข้อหาความผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วย คงเหลือจำคุกจำเลยรวม 2 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · เกษม วีรวงศ์ · ศุภชัย สมเจริญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2554

โจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยกระทำความผิดฐานนำไม้เคลื่อนที่โดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับจากพนักงานเจ้าหน้าที่อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 39 ซึ่งการนำไม้เคลื่อนที่จะต้องมีใบเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6173/2550

จำเลยขับรถยนต์กระบะมาโดยรู้อยู่แล้วว่าสิ่งของที่บรรทุกมาในกระบะรถยนต์เป็นไม้กฤษณาอันเป็นของป่าหวงห้าม จำเลยจึงมีความผิดฐานมีของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ฯ มาตรา 29 ทวิ,…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 283/2530

การนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ต่อไป ตาม พ.ร.บ. ป่าไม้พ.ศ. 2484 มาตรา 38 ซึ่งต้องมีใบเบิกทางของพนักงานเจ้าหน้าที่กำกับไปด้วยตามมาตรา 39 นั้น จะต้องปรากฏว่าได้มีการนำไม้หรือของป่าเคลื่อนที่ต่อไปภายหลังที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20/2524

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยนำไม้ยางพาราซึ่งเป็นไม้ที่ทำ โดยไม่ต้องรับอนุญาตบรรทุกรถยนต์ออกไปถึงด่านป่าไม้ด่านแรกแล้วนำเคลื่อนที่ไปโดยไม่มีใบเบิกทางกำกับ โดยไม่ได้รับอนุญาต แม้จำเลยรับสารภาพตามฟ้อง เมื่อศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2519

แม้จะมีประเด็นในชั้นอุทธรณ์เพียงประเด็นเดียวว่าจะริบถ่านไม้ของกลางได้หรือไม่ก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจวินิจฉัยในทางที่เป็นประโยชน์แก่จำเลยว่า จำเลยไม่มีความผิดในข้อหานำของป่าเคลื่อนที่โดยไม่มีใบเบิกทาง…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้