Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58441)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่3814 เลขที่ดิน 310 และโฉนดเลขที่ 56345 เลขที่ดิน 2653 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ร่วมกับจำเลยที่ 3 และบุคคลอื่นอีกรวม 9 คน ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของทนายโจทก์ให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโดยห้ามจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินของจำเลยที่ 3 ดังกล่าว และศาลชั้นต้นได้มีหนังสือที่ ยธ 703/2524 ลงวันที่ 14 มกราคม 2524 แจ้งคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครแล้ว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 3 มิได้อุทธรณ์ คดีในส่วนของจำเลยที่ 3เป็นอันถึงที่สุด แต่โจทก์ได้ขอหมายบังคับคดีเลยกำหนด 15 วันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับ จึงมีผลให้คำสั่งห้ามชั่วคราวเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 260(2) ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2533ขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือแจ้งการยกเลิกคำสั่งศาลตามหนังสือยธ ที่ 703/2524 ลงวันที่ 14 มกราคม 2524 แล้ว แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยกล่าวว่าผู้ร้องมิใช่คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในคดี ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบต่อผู้ร้องโดยตรงเพราะทำให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของผู้ร้องไม่สามารถจำหน่าย จ่ายโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ได้ โดยผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความของคดีนี้แต่ประการใด เดิมที่ดินทั้งสองแปลงและที่ดินแปลงอื่น ๆ อีก 10 แปลงเป็นที่ดินผืนใหญ่แปลงเดียวกัน บิดามารดาได้ทำการแบ่งแยกที่ดินยกให้ผู้ร้องและจำเลยที่ 3 รวมทั้งพี่น้องคนอื่น ๆ โดยให้ทุกคนถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินทั้งสองแปลง เพื่อให้ทุกคนร่วมกันใช้เป็นทางเดินออกสู่ทางสาธารณะ ต่อมาเมื่อต้นปี2533 ผู้ร้องได้นำที่ดินตามโฉนดเลขที่ 56342 เลขที่ดิน 2650ซึ่งเป็นของผู้ร้องออกขาย ผู้จะซื้อตกลงที่จะซื้อแต่มีข้อแม้ว่าผู้ร้องต้องจดภาระจำยอมหรือโอนกรรมสิทธิ์รวมในส่วนของผู้ร้องในโฉนดที่ดินเลขที่ 3841 และโฉนดเลขที่ 56345 ให้กับผู้จะซื้อเพื่อได้อาศัยเป็นทางออก ผู้ร้องได้ตกลงและทำสัญญาจะซื้อขายแต่ผู้ร้องไม่สามารถโอนที่ดินในส่วนของผู้ร้องตามโฉนดเลขที่ 3841และโฉนดเลขที่ 56345 ให้กับผู้จะซื้อได้ นอกจากนี้นางมุกดาขำเกษมเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินทั้งสองแปลงก็เคยติดต่อกับโจทก์เพื่อขอให้โจทก์ทำการถอนการยึดที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว โจทก์ก็ไม่ขอเพิกถอนเว้นแต่จะเสนอค่าตอบแทนตามสมควร และโจทก์ก็มิได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินทั้งสองแปลงเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้กับโจทก์ คงปล่อยให้เรื่องค้างอยู่จนถึงปัจจุบัน เมื่อคำสั่งห้ามจำหน่าย จ่ายโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆตามหนังสือที่ ยธ 703/2524 ได้ถูกยกเลิกแล้วตามมาตรา 260 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ผู้ร้องขอศาลได้โปรดมีหนังสือแจ้งยกเลิกคำสั่งที่ ยธ 703/2524 ลงวันที่ 14 มกราคม 2524 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 4 ขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การขาดนัดพิจารณาและได้ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายธีระเดช เสรีโยธิน เข้าเป็นคู่ความแทนระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 7 ชำระเงินแก่โจทก์ 20,000 บาทโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 7 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางสิเนห์กนกมณีจำเลยที่ 3 กับนางชูชิตร์ชื่นบุปผา จำเลยที่ 4 ร่วมกันรับผิดใช้เงิน 3,194,525.91 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,991,200 บาท นับแต่วันฟ้อง (27 มิถุนายน 2522)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จโดยให้นางตวงศิริภูมิรัตน์จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 3,194,525.91 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,991,200บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปดังกล่าวต่อโจทก์ด้วย หากไม่ชำระก็ให้บังคับจากทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 จำนองโดยให้ขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ หากไม่พอก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้โจทก์จนครบ และให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมด้วย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็น ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 359)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 370)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องจะมาร้องขอต่อศาลฎีกาให้มีคำสั่งดังที่ผู้ร้องร้องขออีกหาได้ไม่ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2979/2533กรมประชาสงเคราะห์โจทก์นางสินี วิรยศิริผู้ร้องนายชัชวาล พัฒนากิจเรืองชัย กับพวกจำเลยนางสินี วิรยศิริ ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 223ความว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินโฉนดเลขที่3814 เลขที่ดิน 310 และโฉนดเลขที่ 56345 เลขที่ดิน 2653 แขวงบางซื่อ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ร่วมกับจำเลยที่ 3 และบุคคลอื่นอีกรวม 9 คน ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลได้มีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องของทนายโจทก์ให้ใช้วิธีการชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาโดยห้ามจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินของจำเลยที่ 3 ดังกล่าว และศาลชั้นต้นได้มีหนังสือที่ ยธ 703/2524 ลงวันที่ 14 มกราคม 2524 แจ้งคำสั่งไปยังเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครแล้ว

ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 3 มิได้อุทธรณ์ คดีในส่วนของจำเลยที่ 3เป็นอันถึงที่สุด แต่โจทก์ได้ขอหมายบังคับคดีเลยกำหนด 15 วันนับแต่วันสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้ในคำบังคับ จึงมีผลให้คำสั่งห้ามชั่วคราวเป็นอันยกเลิกตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 260(2) ผู้ร้องเคยยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 28 กันยายน 2533ขอให้ศาลชั้นต้นมีหนังสือแจ้งการยกเลิกคำสั่งศาลตามหนังสือยธ ที่ 703/2524 ลงวันที่ 14 มกราคม 2524 แล้ว แต่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องโดยกล่าวว่าผู้ร้องมิใช่คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในคดี ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบต่อผู้ร้องโดยตรงเพราะทำให้กรรมสิทธิ์ในส่วนของผู้ร้องไม่สามารถจำหน่าย

จ่ายโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆ ได้ โดยผู้ร้องมิได้เป็นคู่ความของคดีนี้แต่ประการใด เดิมที่ดินทั้งสองแปลงและที่ดินแปลงอื่น ๆ อีก 10 แปลงเป็นที่ดินผืนใหญ่แปลงเดียวกัน บิดามารดาได้ทำการแบ่งแยกที่ดินยกให้ผู้ร้องและจำเลยที่ 3 รวมทั้งพี่น้องคนอื่น ๆ โดยให้ทุกคนถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินทั้งสองแปลง เพื่อให้ทุกคนร่วมกันใช้เป็นทางเดินออกสู่ทางสาธารณะ ต่อมาเมื่อต้นปี2533 ผู้ร้องได้นำที่ดินตามโฉนดเลขที่ 56342 เลขที่ดิน 2650ซึ่งเป็นของผู้ร้องออกขาย ผู้จะซื้อตกลงที่จะซื้อแต่มีข้อแม้ว่าผู้ร้องต้องจดภาระจำยอมหรือโอนกรรมสิทธิ์รวมในส่วนของผู้ร้องในโฉนดที่ดินเลขที่ 3841 และโฉนดเลขที่ 56345 ให้กับผู้จะซื้อเพื่อได้อาศัยเป็นทางออก

ผู้ร้องได้ตกลงและทำสัญญาจะซื้อขายแต่ผู้ร้องไม่สามารถโอนที่ดินในส่วนของผู้ร้องตามโฉนดเลขที่ 3841และโฉนดเลขที่ 56345 ให้กับผู้จะซื้อได้ นอกจากนี้นางมุกดาขำเกษมเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในที่ดินทั้งสองแปลงก็เคยติดต่อกับโจทก์เพื่อขอให้โจทก์ทำการถอนการยึดที่ดินทั้งสองแปลงดังกล่าว โจทก์ก็ไม่ขอเพิกถอนเว้นแต่จะเสนอค่าตอบแทนตามสมควร และโจทก์ก็มิได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินทั้งสองแปลงเพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้กับโจทก์ คงปล่อยให้เรื่องค้างอยู่จนถึงปัจจุบัน เมื่อคำสั่งห้ามจำหน่าย จ่ายโอนหรือกระทำนิติกรรมใด ๆตามหนังสือที่ ยธ 703/2524 ได้ถูกยกเลิกแล้วตามมาตรา 260 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ผู้ร้องขอศาลได้โปรดมีหนังสือแจ้งยกเลิกคำสั่งที่ ยธ 703/2524 ลงวันที่ 14 มกราคม 2524 ต่อเจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานครด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องจำเลยที่ 4 ขาดนัดพิจารณา ส่วนจำเลยที่ 5 ขาดนัดยื่นคำให้การขาดนัดพิจารณาและได้ถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้นายธีระเดช เสรีโยธิน เข้าเป็นคู่ความแทนระหว่างพิจารณา จำเลยที่ 7 ชำระเงินแก่โจทก์ 20,000 บาทโจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 7

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้นางสิเนห์กนกมณีจำเลยที่ 3 กับนางชูชิตร์ชื่นบุปผา จำเลยที่ 4 ร่วมกันรับผิดใช้เงิน 3,194,525.91 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,991,200 บาท นับแต่วันฟ้อง (27 มิถุนายน 2522)เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระให้โจทก์เสร็จโดยให้นางตวงศิริภูมิรัตน์จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 3,194,525.91 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน 2,991,200บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปดังกล่าวต่อโจทก์ด้วย หากไม่ชำระก็ให้บังคับจากทรัพย์สินที่จำเลยที่ 2 จำนองโดยให้ขายทอดตลาดเอาเงินมาชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ หากไม่พอก็ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้โจทก์จนครบ และให้จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมด้วย ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็น ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา (อันดับ 359)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาผู้ร้องยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 370)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับคดีตามคำพิพากษา เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องก็ชอบที่จะอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ ผู้ร้องจะมาร้องขอต่อศาลฎีกาให้มีคำสั่งดังที่ผู้ร้องร้องขออีกหาได้ไม่ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · สุนพ กีรติยุติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้