Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58397)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกประเด็น ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไว้แต่ประการใด โจทก์จึงมีอำนาจฎีกาปัญหาข้อกฎหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216,217 ส่วนมาตรา220 ที่แก้ไขใหม่นั้นเป็นเพียงบทบัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาเฉพาะแต่ในปัญหาข้อเท็จจริงเท่านั้น หาใช่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,175ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวโจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มีมูล ให้ยกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ แม้ฎีกาโจทก์จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2847/2533บริษัท สมชายโฮลดิ้งอินเตอร์ เนชั่นแนลดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดโจทก์กับพวกโจทก์บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ร่วมเสริมกิจ จำกัด กับพวกจำเลยบริษัท สมชายโฮลดิ้งอินเตอร์เนชั่นแนลดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาย ฤทธิ์นพคุณ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง คดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว จึงไม่รับฎีกาโจทก์ทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทุกประเด็น ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ไม่มีบทบัญญัติห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายไว้แต่ประการใด โจทก์จึงมีอำนาจฎีกาปัญหาข้อกฎหมายได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216,217 ส่วนมาตรา220 ที่แก้ไขใหม่นั้นเป็นเพียงบทบัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาเฉพาะแต่ในปัญหาข้อเท็จจริงเท่านั้น หาใช่ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายด้วยไม่

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานในถ้อยคำสำนวนที่ส่งมาศาลฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,175ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์มีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าวโจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้คำสั่งคดีนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว มีคำสั่งว่า คดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่มีมูล ให้ยกฟ้องและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ดังนี้ แม้ฎีกาโจทก์จะเป็นปัญหาข้อกฎหมายก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ ชอบแล้ว ให้ยกคำร้องของโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ราเชนทร์ จัมปาสุต · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้