Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58377)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ประเด็นเรื่องฉ้อโกงนั้น โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์แต่มิได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้ โจทก์จึงฎีกาเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อหาฉ้อโกงดังกล่าวอีกตามฎีกาข้อ 1 ถึงข้อ 3 และฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 150)โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,90,157,341ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีจำเลยทั้งสามออกจากสารบบความศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 144)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 145)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ เป็นการรับรองให้อุทธรณ์เกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกงแล้วศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ เห็นว่า คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 ตรี บัญญัติว่า ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ และอนุญาตให้อุทธรณ์ ฯลฯ ก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป คดีนี้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ารับอุทธรณ์โจทก์เท่านั้น มิได้สั่งโดยมีความเห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้อุทธรณ์ ตามบทบัญญัติดังกล่าว ถือไม่ได้ว่าผู้พิพากษาที่สั่งรับอุทธรณ์โจทก์อนุญาตให้อุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยความผิดฐานฉ้อโกงชอบแล้ว ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ศาลชั้นต้นพิจารณายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2802/2533นายเลี่ยม หงษ์ทองโจทก์นายวิเชียร รอบรู้ กับพวกจำเลยนายเลี่ยม หงษ์ทอง โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 193 ตรี, ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ประเด็นเรื่องฉ้อโกงนั้น โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์แต่มิได้วินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวให้ โจทก์จึงฎีกาเป็นปัญหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อหาฉ้อโกงดังกล่าวอีกตามฎีกาข้อ 1 ถึงข้อ 3 และฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ด้วยหมายเหตุ จำเลยที่ 4 แถลงคัดค้าน (อันดับ 150)โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,90,157,341ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีจำเลยทั้งสามออกจากสารบบความศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 144)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 145)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว

ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์ เป็นการรับรองให้อุทธรณ์เกี่ยวกับความผิดฐานฉ้อโกงแล้วศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยให้เป็นการไม่ชอบ เห็นว่า คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 193 ตรี บัญญัติว่า ถ้าผู้พิพากษาคนใดซึ่งพิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษา หรือทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้น พิเคราะห์เห็นว่าข้อความที่ตัดสินนั้นเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์ และอนุญาตให้อุทธรณ์ ฯลฯ ก็ให้รับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาต่อไป คดีนี้ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่ารับอุทธรณ์โจทก์เท่านั้น มิได้สั่งโดยมีความเห็นว่าข้อความที่ตัดสินเป็นปัญหาสำคัญอันควรสู่ศาลอุทธรณ์และอนุญาตให้อุทธรณ์ ตามบทบัญญัติดังกล่าว

ถือไม่ได้ว่าผู้พิพากษาที่สั่งรับอุทธรณ์โจทก์อนุญาตให้อุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยความผิดฐานฉ้อโกงชอบแล้ว ส่วนความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ศาลชั้นต้นพิจารณายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขแล้ว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญส่ง วรรณกลาง · วิทวัส อยู่วัฒนา · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้