Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58362)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีโจทก์ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 429 แผ่นที่ 2,อันดับ 439)จำเลยที่ 1 ชำระค่าคำร้อง 40 บาทคดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกันเพื่อความสะดวกในการพิจารณาศาลชั้นต้นให้เรียกนางสาวพรรณีอำนวยพล โจทก์ที่ 1 และนางสาวสุวรรณา อำนวยพล โจทก์ที่ 5ในคดีหมายเลขดำที่ 913/2518 ว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เรียกนายอำพล อำนวยพล โจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 2910/2526 ว่าโจทก์ที่ 3และให้เรียกนายจินดาชัยรัตน์และนางมณี อำนวยพล จำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 ในคดีทั้งสองสำนวนว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ให้เรียกบริษัทอำนวยพล จำกัด ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ 913/2528 และเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีหมายเลขดำที่ 2910/2526ว่าจำเลยที่ 3 เรียกนายอาณัติ อำนวยพล จำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ 2910/2526 ว่าจำเลยที่ 4คดีสำนวนแรก โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขอถอนฟ้องในระหว่างสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษา (1) ให้จำเลยที่ 2 แบ่งโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 29446 ตำบลวังทองหลางอำเภอบางกะปิกรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว ส่วนที่เป็นสินสมรสของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง ซึ่งมีส่วนแบ่งอยู่ในที่ดินแปลงนี้29.63 ส่วนใน 100 ส่วน ให้แก่ทายาทของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง (โดยโจทก์ที่ 1 และที่ 2) หากไม่จัดการโอน ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2(2) ที่ดินโฉนดเลขที่ 29446 ส่วนที่แยกออกเป็นส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีอยู่ 2 ใน 3 ส่วน และแยกเป็นส่วนแบ่งอันเป็นสินสมรสของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง ตามที่ให้แบ่งตามข้อ 1(29.63 ส่วนใน100 ส่วน ของที่ดินทั้งแปลง) ออกแล้วให้แบ่งส่วนที่เหลือออกเป็น24 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับคนละ 1 ส่วน ให้จำเลยที่ 2 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนนี้ให้แก่ทายาทของนางซิวโป๊ (โดยโจทก์ที่ 1ที่ 2 และที่ 3) ตามส่วนที่พึงได้รับ หากไม่จัดการโอนให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2(3) ให้แบ่งทรัพย์ตามรายการต่อไปนี้3.1 ที่ดินโฉนดเลขที่ 11538,11540,11541 และ 10264 ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (รวม4 แปลง)3.2 ที่ดินโฉนดเลขที่ 12 ถึง 24 ตำบลจอมเทียน อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี (รวม 23 แปลง)3.3 ที่ดินโฉนดเลขที่ 5113 ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ3.4 หุ้นบริษัทอำนวยกิจ จำกัด รวม 4,100 หุ้น3.5 หุ้นบริษัทอำนวยพล จำกัด รวม 243 หุ้นโดยให้แบ่งทรัพย์ในข้อ (3) แต่ละรายการออกเป็น 100 ส่วนให้แบ่งเป็นสินสมรสของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง อันพึงตกได้แก่ทายาทของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง (โดยโจทก์ทั้งสาม)29.63 ส่วน และแบ่งเป็นมรดกของนายทรง อำนวยพล อันตกได้แก่ทายาทซึ่งเป็นบุตรของนายทรง อำนวยพล 70.36 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของนายทรง อำนวยพล คนละ 1 ส่วนใน 24 ส่วน(4) ให้แบ่งเงินฝากในธนาคารรวม 4 แห่ง (ตามที่ปรากฏในบัญชีแบ่งทรัพย์หมาย ล.9) รวมทั้งสิ้น 493,468.33 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 3 โดยให้แบ่งเงินดังกล่าวออกเป็น 100 ส่วน ให้ตกเป็นมรดกร่วมของนายทรง อำนวยพล 70.36 ส่วน และโจทก์ที่ 3 ได้รับส่วนแบ่ง1 ใน 24 ส่วน ของส่วนที่เป็นมรดกของนายทรง อำนวยพลทั้งนี้ ในการแบ่งหากผู้มีหน้าที่ต้องจัดการ ไม่จัดการแบ่งก็ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาคำขออื่นสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการโอนโฉนดที่ดินเลขที่ 29446 ระหว่างนายทรงผู้ตายกับจำเลยที่ 2นำมาเข้ากองมรดก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยทั้งนี้ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกและจำเลยที่ 2 ร่วมกันปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 420,417)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 416)จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 388 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาแต่ห้ามจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งให้โจทก์ ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ ส่วนหุ้นในบริษัท 2 แห่ง และเงินฝากในธนาคาร 2 แห่งจำนวนส่วนแบ่งที่ตกเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยถอน จำหน่าย จ่ายโอนในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้บริษัทและธนาคารที่เกี่ยวข้องทราบ แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เสียค่าคำร้องขาด 40 บาทจึงให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าคำร้องให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2784 - 2785/2533นางสาวพรรณี อำนวยพล กับพวกโจทก์นายจินดา ชัยรัตน์ กับพวกจำเลยนายจินดา ชัยรัตน์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา มีเหตุผลที่จะชนะคดีโจทก์ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ทั้งสามแถลงคัดค้าน (อันดับ 429 แผ่นที่ 2,อันดับ 439)จำเลยที่ 1 ชำระค่าคำร้อง 40 บาทคดีทั้งสองสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาพิพากษารวมกันเพื่อความสะดวกในการพิจารณาศาลชั้นต้นให้เรียกนางสาวพรรณีอำนวยพล โจทก์ที่ 1 และนางสาวสุวรรณา อำนวยพล โจทก์ที่ 5ในคดีหมายเลขดำที่ 913/2518 ว่าโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 เรียกนายอำพล

อำนวยพล โจทก์ในคดีหมายเลขดำที่ 2910/2526 ว่าโจทก์ที่ 3และให้เรียกนายจินดาชัยรัตน์และนางมณี อำนวยพล จำเลยที่ 1และจำเลยที่ 2 ในคดีทั้งสองสำนวนว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2ให้เรียกบริษัทอำนวยพล จำกัด ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ 913/2528 และเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีหมายเลขดำที่ 2910/2526ว่าจำเลยที่ 3 เรียกนายอาณัติ อำนวยพล จำเลยที่ 3 ในคดีหมายเลขดำที่ 2910/2526 ว่าจำเลยที่ 4คดีสำนวนแรก โจทก์ที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ขอถอนฟ้องในระหว่างสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษา (1) ให้จำเลยที่ 2 แบ่งโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 29446 ตำบลวังทองหลางอำเภอบางกะปิกรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างในที่ดินดังกล่าว ส่วนที่เป็นสินสมรสของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง ซึ่งมีส่วนแบ่งอยู่ในที่ดินแปลงนี้29.63 ส่วนใน 100 ส่วน ให้แก่ทายาทของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง (โดยโจทก์ที่ 1 และที่ 2) หากไม่จัดการโอน ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2(2) ที่ดินโฉนดเลขที่ 29446 ส่วนที่แยกออกเป็นส่วนของจำเลยที่ 2 ซึ่งมีอยู่ 2 ใน 3 ส่วน และแยกเป็นส่วนแบ่งอันเป็นสินสมรสของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง ตามที่ให้แบ่งตามข้อ 1(29.63 ส่วนใน100 ส่วน ของที่ดินทั้งแปลง) ออกแล้วให้แบ่งส่วนที่เหลือออกเป็น24 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับคนละ 1 ส่วน ให้จำเลยที่ 2 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินส่วนนี้ให้แก่ทายาทของนางซิวโป๊ (โดยโจทก์ที่ 1ที่ 2 และที่ 3) ตามส่วนที่พึงได้รับ

หากไม่จัดการโอนให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2(3) ให้แบ่งทรัพย์ตามรายการต่อไปนี้3.1 ที่ดินโฉนดเลขที่ 11538,11540,11541 และ 10264 ตำบลสามเสนใน อำเภอพญาไท กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง (รวม4 แปลง)3.2 ที่ดินโฉนดเลขที่ 12 ถึง 24 ตำบลจอมเทียน อำเภอสัตหีบจังหวัดชลบุรี (รวม 23 แปลง)3.3 ที่ดินโฉนดเลขที่ 5113 ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ3.4 หุ้นบริษัทอำนวยกิจ จำกัด รวม 4,100 หุ้น3.5 หุ้นบริษัทอำนวยพล จำกัด รวม 243 หุ้นโดยให้แบ่งทรัพย์ในข้อ (3) แต่ละรายการออกเป็น 100 ส่วนให้แบ่งเป็นสินสมรสของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง อันพึงตกได้แก่ทายาทของนางซิวโป๊แซ่ตั้ง (โดยโจทก์ทั้งสาม)29.63 ส่วน และแบ่งเป็นมรดกของนายทรง

อำนวยพล อันตกได้แก่ทายาทซึ่งเป็นบุตรของนายทรง อำนวยพล 70.36 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับส่วนแบ่งในทรัพย์มรดกของนายทรง อำนวยพล คนละ 1 ส่วนใน 24 ส่วน(4) ให้แบ่งเงินฝากในธนาคารรวม 4 แห่ง (ตามที่ปรากฏในบัญชีแบ่งทรัพย์หมาย ล.9) รวมทั้งสิ้น 493,468.33 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 3 โดยให้แบ่งเงินดังกล่าวออกเป็น 100 ส่วน ให้ตกเป็นมรดกร่วมของนายทรง อำนวยพล 70.36 ส่วน และโจทก์ที่ 3 ได้รับส่วนแบ่ง1 ใน 24 ส่วน ของส่วนที่เป็นมรดกของนายทรง อำนวยพลทั้งนี้ ในการแบ่งหากผู้มีหน้าที่ต้องจัดการ ไม่จัดการแบ่งก็ให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาคำขออื่นสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ยก และให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 3 และที่ 4ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

โจทก์ไม่มีสิทธิขอให้เพิกถอนการโอนโฉนดที่ดินเลขที่ 29446 ระหว่างนายทรงผู้ตายกับจำเลยที่ 2นำมาเข้ากองมรดก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยทั้งนี้ให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกและจำเลยที่ 2 ร่วมกันปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และจำเลยที่ 1 ฎีกา (อันดับ 420,417)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 416)จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์(อันดับ 388 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกาแต่ห้ามจำเลยที่ 1 ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้แบ่งให้โจทก์ ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ ส่วนหุ้นในบริษัท 2 แห่ง และเงินฝากในธนาคาร 2 แห่งจำนวนส่วนแบ่งที่ตกเป็นของโจทก์ห้ามจำเลยถอน

จำหน่าย จ่ายโอนในระหว่างฎีกา ให้ศาลชั้นต้นแจ้งคำสั่งให้บริษัทและธนาคารที่เกี่ยวข้องทราบ แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เสียค่าคำร้องขาด 40 บาทจึงให้ศาลชั้นต้นเรียกค่าคำร้องให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นเห็นสมควร มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
นิเวศน์ คำผอง · ยงยุทธ ธารีสาร · เสียง ตรีวิมล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้