Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58360)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยเกี่ยวกับฐานความผิด ฐานลักทรัพย์และพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิงและจำคุกกระทงละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา (น่าจะเป็นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา)มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเสียทั้งหมด หากแต่มีปัญหาข้อกฎหมายรวมอยู่ด้วยโดยจำเลยที่ 1 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ 1สูบถ่ายน้ำมันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2522 ซึ่งออกตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 กับการที่จำเลยที่ 1 ทำการลักน้ำมันจำนวน 35 ลิตรนั้น เป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 275 แผ่นที่ 7)คดีนี้ (คดีหมายเลขแดงที่ 9683/2530 ของศาลชั้นต้น) ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกนายพรพลสะกะมณีจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรา 3,8 จำคุก3 ปี ฐานลักทรัพย์นายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก3 ปี ฐานปลอมปนน้ำมันตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521มาตรา 25 ตรี จำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,83 จำคุกคนละ 3 ปีและฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จำคุกคนละ 3 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 3ที่ 4 และที่ 6 คนละ 6 ปี ส่วนในสำนวนคดีอาญาดำหมายเลข 1698/2527จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา334,83 คนละ 3 ปี ส่วนข้อหาปลอมปนน้ำมัน แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยทุกคนร่วมกันกระทำความผิดก็ตาม แต่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ระบุมาตราที่กระทำความผิดและบทกำหนดโทษไว้จึงมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จึงลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวไม่ได้ รวมเป็นลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ทั้งสองสำนวนนับโทษติดต่อกันคนละ 9 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก และพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 275 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 276 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อสุดท้ายในปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะในปัญหาดังกล่าวไว้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2782/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายพรพล สะกะมณี กับพวกจำเลยนายพรพล สะกะมณี จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และเพียงแต่แก้ไขเล็กน้อยเกี่ยวกับฐานความผิด ฐานลักทรัพย์และพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิงและจำคุกกระทงละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายอาญา (น่าจะเป็นประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา)มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ล้วนเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเสียทั้งหมด

หากแต่มีปัญหาข้อกฎหมายรวมอยู่ด้วยโดยจำเลยที่ 1 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การที่จำเลยที่ 1สูบถ่ายน้ำมันโดยไม่มีเหตุอันสมควรเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 1/2522 ซึ่งออกตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 กับการที่จำเลยที่ 1 ทำการลักน้ำมันจำนวน 35 ลิตรนั้น เป็นการกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบทจึงเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 275 แผ่นที่ 7)คดีนี้ (คดีหมายเลขแดงที่ 9683/2530 ของศาลชั้นต้น)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับอีกคดีหนึ่ง โดยเรียกนายพรพลสะกะมณีจำเลยที่ 1 ในคดีนี้ว่า จำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชกำหนดแก้ไขป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง มาตรา 3,8 จำคุก3 ปี ฐานลักทรัพย์นายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 จำคุก3 ปี ฐานปลอมปนน้ำมันตามพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521มาตรา 25 ตรี จำคุก 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334,83 จำคุกคนละ 3 ปีและฐานปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จำคุกคนละ 3 ปี รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 3ที่ 4 และที่ 6 คนละ 6 ปี ส่วนในสำนวนคดีอาญาดำหมายเลข 1698/2527จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา334,83 คนละ 3 ปี

ส่วนข้อหาปลอมปนน้ำมัน แม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยทุกคนร่วมกันกระทำความผิดก็ตาม แต่ตามคำขอท้ายฟ้องโจทก์มิได้ระบุมาตราที่กระทำความผิดและบทกำหนดโทษไว้จึงมิใช่เรื่องที่โจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 จึงลงโทษจำเลยในข้อหาดังกล่าวไม่ได้ รวมเป็นลงโทษจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 และที่ 6 ทั้งสองสำนวนนับโทษติดต่อกันคนละ 9 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1) วรรคแรก และพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2521 มาตรา 25 ตรี วรรคสอง นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 275 แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 276 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาข้อสุดท้ายในปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดกรรมเดียวหรือไม่นั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 เฉพาะในปัญหาดังกล่าวไว้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · วินัย กันนะ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้