Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58350)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา เชื่อว่าศาลฎีกาจะต้องพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อย่างแน่นอน โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 แถลงคัดค้าน (อันดับ 322)คดีทั้งสามสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่ง ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนที่ 1 ในสำนวนที่ 3 และเป็นจำเลยที่ 1 ในสำนวนที่ 2 ว่าโจทก์ที่ 1 นายหงวนว่องไวกิจไพศาล ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในสำนวนที่ 2 ว่าโจทก์ที่ 2 นายสุเทพ ว่องไวเจริญสุข ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในสำนวนที่ 2 ว่าโจทก์ที่ 3 องค์การเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นจำเลยในสำนวนที่ 1 และในสำนวนที่ 3 ว่าจำเลยที่ 1 และธนาคาร กสิกรไทย ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 ระหว่างพิจารณา นายหงวนว่องไวกิจไพศาล โจทก์ที่ 2 และในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่งโจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม นายบุญปิ่นว่องไวกิจไพศาลยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่งโจทก์ที่ 1 ขอเข้าเป็นโจทก์แทนโจทก์ที่ 1 ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 1 และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนที่ 2 ร่วมกันรับผิดใช้เงิน1,715,871.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน1,479,049.30 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์สำนวนที่ 2 และให้ไถ่ถอนที่ดินโฉนดที่ 10660,7279 และ7283 ตำบลทุ่งวัดดอนอำเภอยานนาวา(บางรัก)นครหลวงกรุงเทพธนบุรีและโฉนดที่ 681 ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง (เมือง) จังหวัดนครเขื่อนขันธ์ (สมุทรปราการ) พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์สำนวนที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน 1,715,871.12 บาท ในจำนวนเงิน 584,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในจำนวนเงิน 584,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์สำนวนที่ 2 และให้ไถ่ถอนที่ดินโฉนดที่ 7491 ตำบลยานนาวา (บ้านทวาย) อำเภอยานนาวา(บางรัก) นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และโฉนดเลขที่ 10659 ตำบลทุ่งวัดดอน(บ้านทวาย) อำเภอยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานครพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์สำนวนที่ 2 หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2 ให้ยึดทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้ให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2 หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2ก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2 จนครบถ้วน กับพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 3ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ในสำนวนที่หนึ่ง (คดีหมายเลขแดงของศาลแพ่งที่ 19612/2528) ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,378,098.53บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวทั้งนี้นับแต่วันผิดนัด (วันวางบิล) ในแต่ละงวดจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ที่ 1 ในสำนวนที่สอง (คดีหมายเลขแดงของศาลแพ่งที่19613/2528) ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในสำนวนที่สาม (คดีหมายเลขแดงของศาลแพ่งที่ 19614/2528) คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างฎีกา (อันดับ 318,317)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 319)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2770 - 2772/2533ห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่งโจทก์องค์การเชื้อเพลิงจำเลยองค์การเชื้อเพลิง จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกา เชื่อว่าศาลฎีกาจะต้องพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์อย่างแน่นอน โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 แถลงคัดค้าน (อันดับ 322)

คดีทั้งสามสำนวน ศาลชั้นต้นสั่งให้พิจารณาและพิพากษารวมกันโดยให้เรียกห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่ง ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนที่ 1 ในสำนวนที่ 3 และเป็นจำเลยที่ 1 ในสำนวนที่ 2 ว่าโจทก์ที่ 1 นายหงวนว่องไวกิจไพศาล ซึ่งเป็นจำเลยที่ 2 ในสำนวนที่ 2 ว่าโจทก์ที่ 2 นายสุเทพ ว่องไวเจริญสุข ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในสำนวนที่ 2 ว่าโจทก์ที่ 3 องค์การเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นจำเลยในสำนวนที่ 1 และในสำนวนที่ 3 ว่าจำเลยที่ 1 และธนาคาร กสิกรไทย ซึ่งเป็นโจทก์ในสำนวนที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2

ระหว่างพิจารณา นายหงวนว่องไวกิจไพศาล โจทก์ที่ 2 และในฐานะหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่งโจทก์ที่ 1 ถึงแก่กรรม นายบุญปิ่นว่องไวกิจไพศาลยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัด เนรมิตขนส่งโจทก์ที่ 1 ขอเข้าเป็นโจทก์แทนโจทก์ที่ 1

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 1 และพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ในสำนวนที่ 2 ร่วมกันรับผิดใช้เงิน1,715,871.12 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในต้นเงิน1,479,049.30 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์สำนวนที่ 2 และให้ไถ่ถอนที่ดินโฉนดที่ 10660,7279 และ7283 ตำบลทุ่งวัดดอนอำเภอยานนาวา(บางรัก)นครหลวงกรุงเทพธนบุรีและโฉนดที่ 681 ตำบลบางยอ อำเภอพระประแดง (เมือง) จังหวัดนครเขื่อนขันธ์ (สมุทรปราการ) พร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์สำนวนที่ 2 ให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน 1,715,871.12 บาท ในจำนวนเงิน 584,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในจำนวนเงิน 584,000 บาท

นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์สำนวนที่ 2 และให้ไถ่ถอนที่ดินโฉนดที่ 7491 ตำบลยานนาวา (บ้านทวาย) อำเภอยานนาวา(บางรัก) นครหลวงกรุงเทพธนบุรี และโฉนดเลขที่ 10659 ตำบลทุ่งวัดดอน(บ้านทวาย) อำเภอยานนาวา (บางรัก) กรุงเทพมหานครพร้อมทั้งสิ่งปลูกสร้างไปจากโจทก์สำนวนที่ 2 หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2 ให้ยึดทรัพย์ที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 จำนองออกขายทอดตลาดเอาเงินใช้หนี้ให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2 หากขายทอดตลาดได้เงินไม่พอชำระหนี้ให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2ก็ให้ยึดทรัพย์อื่นของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ออกขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ให้แก่โจทก์สำนวนที่ 2 จนครบถ้วน กับพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ในสำนวนที่ 3ศาลอุทธรณ์

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้ในสำนวนที่หนึ่ง (คดีหมายเลขแดงของศาลแพ่งที่ 19612/2528) ให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 1,378,098.53บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวทั้งนี้นับแต่วันผิดนัด (วันวางบิล) ในแต่ละงวดจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์ที่ 1 ในสำนวนที่สอง (คดีหมายเลขแดงของศาลแพ่งที่19613/2528) ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ในสำนวนที่สาม (คดีหมายเลขแดงของศาลแพ่งที่ 19614/2528) คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างฎีกา (อันดับ 318,317)จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 319)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้