Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58326)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ที่แก้ไขข้อความในมาตรา 220 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 กันยายน2532 ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีนี้ความในมาตรา 220 ยังไม่มีการแก้ไข โจทก์ยังมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีรับรอง การแก้ไขมาตรา 220 ดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับคดีนี้เพื่อให้เสียสิทธิแก่โจทก์ในการฎีกาปัญหาข้อกฎหมายตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนแล้วตามหลักกฎหมายทั่วไปที่บัญญัติว่ากฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมในภายหลังจะนำมาใช้บังคับให้เสียสิทธิแก่คู่ความไม่ได้ และฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (สำนวนธุรการอันดับ 23 แผ่นที่ 2,3)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 25)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 26)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีใดต้องห้ามฎีกาหรือไม่จะต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกา คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์จึงต้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ซึ่งห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย บทบัญญัติดังกล่าวมีขึ้นโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 7) มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2532 โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2533 ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2742/2533บริษัทเมโทรบิลดิ้ง จำกัดโจทก์นายกาญจน์พงศ์หรือสุรินทร์ ดุลยธรรมภักดี กับพวกจำเลยบริษัทเมโทรบิลดิ้ง จำกัด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 224ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับโจทก์เห็นว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ที่แก้ไขข้อความในมาตรา 220 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 8 กันยายน2532 ขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาคดีนี้ความในมาตรา 220 ยังไม่มีการแก้ไข โจทก์ยังมีสิทธิฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีรับรอง

การแก้ไขมาตรา 220 ดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้กับคดีนี้เพื่อให้เสียสิทธิแก่โจทก์ในการฎีกาปัญหาข้อกฎหมายตามสิทธิของโจทก์ที่มีอยู่ก่อนแล้วตามหลักกฎหมายทั่วไปที่บัญญัติว่ากฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมในภายหลังจะนำมาใช้บังคับให้เสียสิทธิแก่คู่ความไม่ได้ และฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (สำนวนธุรการอันดับ 23 แผ่นที่ 2,3)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูล

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 25)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 26)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีใดต้องห้ามฎีกาหรือไม่จะต้องพิจารณาตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะยื่นฎีกา คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์จึงต้องตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 ที่แก้ไขใหม่ซึ่งห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย บทบัญญัติดังกล่าวมีขึ้นโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 7) มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2532 โจทก์ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2533 ฎีกาของโจทก์จึงต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · สวิน อักขรายุธ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้