Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5831/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

เดิมจำเลยที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจังหวัดเพื่อขุดลอกหนองน้ำตามสัญญาจ้าง ต่อมาจำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้รับช่วงงานขุดลอกหนองน้ำดังกล่าว โจทก์กับ จำเลยที่ 1 จึงตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนกันรับงานนั้นเพื่อ ประสงค์จะแบ่งกำไรกัน โดยโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการ ดำเนินงาน งานที่รับช่วงมีมูลค่าประมาณ 3,100,000 บาท แม้ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนงานงวดสุดท้ายประมาณ 1,300,000 บาท ให้แก่จำเลยที่ 4 รับทำแทน และโจทก์ยังไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1 ก็ตาม แต่มูลเหตุเป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเข้าหุ้นกันรับ ช่วงงานขุดลอกหนองน้ำต่อจากจำเลยที่ 2 โดยโจทก์มอบให้ จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการดำเนินการขุดลอกหนองน้ำ จำเลยที่ 1 ทำงานแล้วไม่ยอมแบ่งเงินให้แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับ ส่วนแบ่งจากการเป็นหุ้นส่วนอยู่ครึ่งหนึ่ง กรณีระหว่างโจทก์ กับจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เรื่องที่จำเลยที่ 1 ทำผิดหน้าที่ ในการจัดการทรัพย์สินของโจทก์โดยทุจริต แต่เป็นเรื่อง ผิดสัญญาทางแพ่งเรื่องหุ้นส่วนเท่านั้น คดีของโจทก์ย่อม ไม่มีมูลเป็นความผิดอาญาฐานยักยอกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิด จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงไม่อาจเป็นตัวการ ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ดังกล่าวได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจัดตั้งห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนรับจ้างขุดลอกหนองน้ำเพื่อแบ่งกำไรกัน โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการจ้าง จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัดมีจำเลยที่ 3 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ เมื่อประมาณเดือนเมษายน 2538 จำเลยที่ 2 โดยจำเลยที่ 3 ได้ตกลงว่าจ้างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ขุดลอกหนองน้ำ เป็นเงินค่าจ้าง 3,182,400 บาทโจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงรับจ้างและตกลงมอบหมายให้จำเลยที่ 1เข้าทำสัญญากับจำเลยที่ 2 หากจำเลยที่ 1 ขุดลอกหนองน้ำให้เป็นไปตามสัญญา ห้างฯ ของโจทก์กับจำเลยที่ 1 ก็จะมีรายได้เป็นเงิน 3,182,400 บาท และจะได้แบ่งกำไรกันอันเป็นประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สิน

โจทก์กับจำเลยที่ 1 ได้ขุดลอกหนองน้ำตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน 2538 จนถึงวันที่ 29 สิงหาคม 2538จำเลยที่ 1 ก็มีคำสั่งให้โจทก์หยุดการขุดลอกหนองน้ำชั่วคราวระหว่างขุดลอกหนองน้ำจำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินค่าจ้างบางส่วนจากจำเลยที่ 2 แต่ไม่ได้นำมาแบ่งกัน นับถึงวันที่จำเลยที่ 1สั่งให้หยุดพัก จำเลยที่ 2 ยังค้างค่าจ้างโจทก์และจำเลยที่ 1อยู่ประมาณ 1,300,000 บาท ซึ่งจะจ่ายให้เมื่อจำเลยที่ 1ขุดเสร็จ จำเลยทั้งสี่ร่วมกันกระทำผิดต่อกฎหมาย กล่าวคือเมื่อระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม 2538 ถึงวันที่ 2 กันยายน 2538วันเวลาใดไม่ปรากฏชัด จำเลยที่ 1 ได้โอนสิทธิตามสัญญารับจ้างขุดลอกหนองน้ำส่วนที่เหลือเป็นเงินประมาณ 1,300,000 บาทให้แก่จำเลยที่ 4 เพื่อแลกกับประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินจากจำเลยที่ 4 อันเป็นการกระทำผิดหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นหรือทรัพย์สินซึ่งผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยโดยทุจริตซึ่งจำเลยที่ 4ก็ได้รับโอนงานดังกล่าวโดยให้ประโยชน์เป็นเงินตอบแทนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ก็ได้ยินยอมให้มีการโอนสิทธิตามสัญญาขุดลอกหนองน้ำดังกล่าว

การกระทำของจำเลยทั้งสี่ทำให้โจทก์ไม่ได้รับเงินส่วนแบ่งกำไรจากงานขุดลอกหนองน้ำส่วนที่เหลือขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเดิมจำเลยที่ 2 เป็นคู่สัญญากับจังหวัดมหาสารคามเพื่อขุดลอกหนองน้ำบ้านศรีสุขตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย จ.2 แล้วจำเลยที่ 2 ว่าจ้างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ให้รับช่วงงานขุดลอกหนองน้ำดังกล่าว โจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงตกลงเข้าเป็นหุ้นส่วนกันรับงานนั้นเพื่อประสงค์จะแบ่งกำไรกัน โดยโจทก์ให้จำเลยที่ 1เป็นผู้จัดการดำเนินงาน

งานที่รับช่วงมีมูลค่าประมาณ 3,100,000บาท ต่อมาจำเลยที่ 1 โอนงานงวดสุดท้ายประมาณ 1,300,000 บาทให้แก่จำเลยที่ 4 รับทำแทน โจทก์ยังไม่ได้รับส่วนแบ่งจากการเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 1มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คดีของโจทก์มีมูลเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 หรือไม่ เห็นว่ามูลเหตุเป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำสัญญาเข้าหุ้นกันรับช่วงงานขุดลอกหนองน้ำบ้านศรีสุขต่อจากจำเลยที่ 2 โดยโจทก์มอบให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้จัดการดำเนินการขุดลอกหนองน้ำจำเลยที่ 1 ทำงานแล้วไม่ยอมแบ่งเงินให้แก่โจทก์ ซึ่งโจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งจากการเป็นหุ้นส่วนอยู่ครึ่งหนึ่ง ดังนี้ กรณีระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงมิใช่เรื่องที่จำเลยที่ 1ทำผิดหน้าที่ในการจัดการทรัพย์สินของโจทก์โดยทุจริต แต่เป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่งเรื่องหุ้นส่วนเท่านั้น

คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลเป็นความผิดอาญาฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จึงไม่อาจเป็นตัวการร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ดังกล่าวได้พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประกาศ บูรพางกูร · ระพินทร บรรจงศิลป · วุฒินันท์ สุขสว่าง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้