คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2720/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายสมภพ พัฒนะพีระพงษ์จำเลยนางสาวนิภา เปรมมนัสมนตรี ผู้ประกันผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 106, ม. 108, ม. 112ความว่า ผู้ประกันยื่นคำร้องขอเลื่อนการส่งตัวจำเลยจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำวินิจฉัยคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาต ยกคำร้องผู้ประกันเห็นว่า คดีนี้จำเลยได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งให้รับฎีกาซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา การที่ผู้ประกันยื่นคำร้องขอเลื่อนการส่งตัวจำเลยจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งเป็นเหตุผลที่ศาลชั้นต้นน่าจะมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้อง และผู้ประกันได้นำเงินสดจำนวน 300,000 บาท มาทำสัญญาประกันตัวจำเลยทั้งที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 6 เดือน เงินที่ผู้ประกันนำมาเป็นหลักประกันดังกล่าวเป็นเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับอัตราโทษจำคุกของจำเลย ประกอบกับจำเลยเป็นหัวหน้าครอบครัวมีภาระต้องหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว หากขาดจำเลยก็จะทำให้ครอบครัวกระทบกระเทือน โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ประกันเลื่อนการส่งตัวจำเลยไว้ก่อนจนกว่าศาลฎีกาจะมีคำสั่งรับหรือไม่รับฎีกาของจำเลยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 168)
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 266 จำนวน 2 กระทง และผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266 อีก 2 กระทง แต่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรค 1 ประกอบด้วยมาตรา 266เพียง 2 กระทง ตามความในมาตรา 268 วรรค 2 ให้จำคุกจำเลยกระทงละ 1 ปี 6 เดือน รวม 2 กระทง เป็นโทษจำคุก 3 ปี ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 ฯลฯระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คศาลอุทธรณ์ให้จำหน่ายคดีในความผิดดังกล่าวศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบกับมาตรา 266ให้จำคุกมีกำหนด 1 ปี 6 เดือน ยกฟ้องข้อหาปลอมเช็ค นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นศาลชั้นต้นอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกาโดยมีนางสางนิภาเปรมมนัสมนตรี เป็นผู้ประกัน ในราคาประกัน300,000 บาท (อันดับ 135)
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับและให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยมารับโทษตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภายใน 7 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง ต่อมาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ประกันส่งตัวจำเลยภายในวันที่25 ตุลาคม 2533 มิฉะนั้นถือว่าผิดสัญญาประกัน (อันดับ 148,151,160)จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง (อันดับ 158,165)ผู้ประกันยื่นคำร้องขอเลื่อนการส่งตัวจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 167)ผู้ประกันจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 168)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเป็นกรณีที่นายประกันจะต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ มิใช่อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา จึงให้ยกคำร้อง