Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 583/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยซื้อสินค้าเชื่อจากโจทก์ ในใบนำส่งสินค้าแต่ละคราวมีข้อความระบุว่าให้ผู้ซื้อชำระราคาภายใน 30 วัน และโจทก์จำเลยมีข้อตกลงกันว่าถ้าสินค้าชำรุดย่อมให้จำเลยส่งคืนได้ โจทก์จะคิดชดเชยราคาให้ตามส่วนและสภาพของสินค้า โดยโจทก์จะออกใบเครดิตโน้ทให้จำเลย แสดงยอดเงินที่โจทก์คิดชดเชยให้ และโจทก์จะนำยอดเงินในเครดิตโน้ทนั้นไปหักออกจากราคาสินค้าที่จำเลยเป็นหนี้อยู่ ดังนี้ สิทธิเรียกร้องในราคาสินค้าของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับจากวันถึงกำหนดชำระตามใบนำส่งสินค้า มิใช่นับจากวันที่หักราคาสินค้ากับเครดิตโน้ท เมื่อนับจากวันถึงกำหนดชำระตามใบนำส่งสินค้าทุกฉบับจนถึงวันฟ้องเกินกว่า 2 ปีแล้ว คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) ข้อตกลงเรื่องคืนสินค้าดังกล่าวเป็นการตกลงกันในเรื่องคุณภาพของสินค้า จำเลยจะใช้สิทธิคืนสินค้าหรือไม่ย่อมแล้วแต่ฝ่ายจำเลยจะเลือกปฏิบัติใบ เครดิตโน้ทที่โจทก์ออกให้เมื่อจำเลยส่งสินค้าชำรุดคืนก็เป็นเพียงหลักฐานที่โจทก์ยินยอมชดเชยราคาให้แก่ฝ่ายจำเลยเอง และเป็นหลักฐานที่โจทก์ฝ่ายเดียวทำขึ้น การที่จำเลยส่งสินค้าคืนเพื่อเรียกค่าชดเชยจากโจทก์จึงไม่เป็นการรับสภาพหนี้ของจำเลยอันจะทำให้อายุความ สะดุดหยุดลง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อระหว่างเดือนมีนาคม ๒๕๑๒ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๒ จำเลยได้ซื้อเชื่อยางดันล้อปไปจากบริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทแองโกลไทย (กรุงเทพ) จำกัด หลายคราวโดยมีข้อตกลงกันว่าหากยางรถยนต์ที่จำเลยซื้อไปแตกหรือชำรุดเสียหาย อันมิใช่เนื่องจากสึกหรอโดยการใช้อย่างปกติแล้ว บริษัททั้งสองจะคิดชดเชยราคาให้แก่จำเลยตามส่วนคิดจากสภาพของยางนั้น ๆ ในเมื่อจำเลยได้ส่งยางนั้นคืนภายในเวลาไม่เกิน ๒ ปี ทางบริษัททั้งสองเมื่อรับยางที่ชำรุดไว้แล้วจะออกใบเครดิตโน้ท แสดงยอดเงินที่คิดชดเชยให้จำเลย และนำยอดเงินไปหักกับยอดเงินที่จำเลยเป็นหนี้อยู่ การซื้อยางเชื่อไปจากบริษัททั้งสองนั้น บริษัททั้งสองจะส่งยางไปให้จำเลย

ณ ที่สำนักงานของจำเลย พนักงานของจำเลยเป็นผู้ลงชื่อรับสินค้าไว้ในนำส่งสินค้ารวม ๒๐ ฉบับ มี ๘ ฉบับที่เจ้าพนักงานของจำเลยมิได้ลงชื่อไว้แต่ได้ลงชื่อในใบรับสินค้าต่างหากเป็นหลักฐาน เมื่อโจทก์ได้จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทจำกัดในประเทศไทยแล้ว บริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทแองโกลไทย (กรุงเทพฯ) จำกัด ได้โอนกิจการจำหน่ายยางรถและผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดันล้อปมาให้บริษัทโจทก์ดำเนินกิจการต่อไป และได้โอนสิทธิเรียกร้องในหนี้สินทั้งหมดที่บริษัททั้งสองมีอยู่กับจำเลย และลูกหนี้อื่น ๆ มาให้โจทก์เป็นผู้รับโอนเพื่อดำเนินการติดต่อและเรียกร้องต่อไป เมื่อคิดยอดหนี้ถึงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๑๓ อันเป็นวันสุดท้าย คิดหักค่ายางที่จำเลยเรียกชดเชยแล้ว จำเลยยังค้างชำระหนี้โจทก์อยู่ทั้งสิ้น ๔๐,๑๔๐ บาท ขอบังคับให้จำเลยใช้เงิน ๔๐,๑๔๐ บาทกับดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง ๒,๐๐๗ บาท รวมเป็นเงิน ๔๒,๑๔๗ บาท ให้จำเลยใช้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีในเงินจำนวน ๔๐,๑๔๐ บาทนับต่อจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์

จำเลยให้การว่าจำเลยได้ซื้อยางดันล้อปไปจากบริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทแองโกลไทย (กรุงเทพฯ) จำกัด หลายครั้ง แต่บริษัทไม่เคยตกลงกับจำเลยว่าบริษัทจะชดเชยราคาให้จำเลยตามสภาพของยางที่แตกหรือชำรุดเสียหาย ซึ่งมิใช่เนื่องแต่การใช้ หากแต่บริษัททั้งสองได้ลดราคาพิเศษเพื่อเอาใจลูกค้าเท่านั้น ใบนำส่งสินค้าท้ายฟ้องหมาย ๓, ๕, ๖, ๗, ๑๑, ๑๓, ๑๕ และ ๒๐ พนักงานของจำเลยมิได้ลงชื่อไว้ จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้รับสินค้าดังกล่าวไว้คิดเป็นเงิน ๑๒,๕๓๔ บาท เอกสารหมาย ๒๒, ๒๓ เป็นเรื่องที่บริษัททั้งสองลดราคาพิเศษให้จำเลยเอง เอกสารท้ายฟ้องหมาย ๒๖ ถึง ๓๒ โจทก์ทำขึ้นเองมิใช่เป็นเครดิตโน้ทเพื่อชดเชยค่ายางให้จำเลย เอกสารหมาย ๓๓ มิใช่รายการหนี้สินดังโจทก์กล่าวอ้าง จำเลยไม่เคยรับหนังสือทวงถามหนี้ โจทก์ไม่มีสิทธิคิดดอกเบี้ย หนี้ตามฟ้องโจทก์ขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิได้ใช้สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ภายในกำหนด ๒ ปี คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) จำเลยไม่ต้องรับผิดในมูลหนี้ตามที่โจทก์ฟ้อง ประเด็นข้ออื่นจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย พิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สิทธิเรียกร้องของโจทก์มีอายุความ ๒ ปี แต่โจทก์ฟ้องเมื่อเลยกำหนด ๒ ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความ พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าจำเลยได้ซื้อยางดันล้อปจากบริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทแองโกลไทย (กรุงเทพฯ) จำกัด มานานประมาณ ๑๖ ปีเศษแล้ว เมื่อจำเลยสั่งซื้อยางจากบริษัททั้งสองบริษัทผู้ขายจะให้เจ้าหน้าที่นำสินค้ามาส่งให้ ณ ที่ทำการของจำเลย โดยมีใบนำส่งสินค้ากำกับมาด้วยทุกครั้ง เมื่อส่งให้ผู้รับถูกต้องแล้วผู้รับสินค้าจะต้องลงชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบส่งสินค้านี้จะมีวัน เดือน ปี ที่นำส่งรายการสินค้าและราคาบอกไว้เสร็จ หลังจากบริษัทโจทก์ได้ก่อตั้งและจดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว ได้รับโอนกิจการค้าขายยางดันล้อป พร้อมทั้งสิทธิเรียกร้องหนี้สินต่าง

ๆ ที่บรรดาลูกหนี้มีอยู่กับบริษัททั้งสองมาเป็นของบริษัทโจทก์ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๓ ในระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๒ จำเลยสั่งซื้อเชื่อยางรถจากบริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทแองโกลไทย (กรุงเทพฯ) จำกัด หลายครั้ง กำหนดชำระราคาภายใน ๓๐ วัน โดยมีข้อตกลงกันว่าถ้ายางรถที่ซื้อไปนั้นเสียหายหรือชำรุด อันมิใช่เกิดจากการสึกหรอเนื่องจากการใช้อย่างปกติแล้ว บริษัททั้งสองจะคิดชดเชยราคาให้แก่จำเลยตามส่วนและสภาพของยางนั้น ๆ ในเมื่อจำเลยได้ส่งยางนั้นคืนให้แก่บริษัททั้งสองในเวลาไม่เกิน ๒ ปีนับแต่วันที่ซื้อไป เงินที่จำเลยได้รับชดเชยนี้บริษัททั้งสองจะนำมาหักกับราคายางที่จำเลยซื้อ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่

ปัญหาดังกล่าว โจทก์นำสืบว่าระหว่างเดือนมีนาคม ๒๕๑๒ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๒ จำเลยซื้อเชื่อยางไปจากบริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทแองโกลไทย (กรุงเทพฯ) จำกัด ปรากฏตามใบนำส่งสินค้ารวม ๒๐ ฉบับ โดยในระหว่างเดือนมีนาคมและเมษายน ๒๕๑๒ จำเลยได้ส่งคืนยางให้แก่บริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด เพื่อเรียกค่าชดเชยรวม ๒ คราว และระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ๒๕๑๓ จำเลยส่งคืนยางให้บริษัทโจทก์อันเป็นยางที่จำเลยซื้อไปจากบริษัททั้งสองเพื่อเรียกค่าชดเชยจากโจทก์รวม ๗ คราว ซึ่งบริษัทแองโกลไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทโจทก์ได้ออกใบเครดิตโน้ทให้จำเลย คิดหักแล้วจำเลยยังคงค้างชำระหนี้โจทก์อยู่อีกเป็นเงินทั้งสิ้น ๔๐,๑๔๐ บาท โดยโจทก์ได้แจ้งยอดหนี้ให้จำเลยทราบและกำหนดให้จำเลยชำระเสร็จภายใน ๗ วัน

ครบกำหนดแล้วจำเลยไม่ชำระเช่นนี้จะเห็นได้ว่าการที่จำเลยซื้อเชื่อยางรถไปจากบริษัทผู้ขายตามใบนำส่งสินค้าทั้ง ๒๐ ฉบับ ดังกล่าวแล้ว เป็นการซื้อเชื่อในปี พ.ศ.๒๕๑๒ ทั้งหมด และในใบนำส่งมีข้อความระบุว่าให้ผู้ซื้อเชื่อชำระราคาสินค้าให้ผู้ขายเสร็จภายใน ๓๐ วัน ดังนั้นสิทธิเรียกร้องจึงเกิดขึ้นนับจากวันถึงกำหนดชำระ คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกร้องหนี้สินที่ค้างชำระเกี่ยวกับจำเลยซื้อเชื่อยางรถ สิทธิเรียกร้องจึงมีกำหนดอายุความ ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๕(๑) แต่ปรากฏว่าตามใบนำส่งสินค้าทุกฉบับนับจากวันถึงกำหนดชำระจนถึงวันโจทก์ฟ้องคดีนี้คือวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๑๕ เลยกำหนด ๒ ปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความจำเลยไม่จำต้องรับผิดในมูลหนี้ที่โจทก์ฟ้อง ข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่า

จำเลยได้ส่งยางคืนเพื่อเรียกค่าชดเชยจากโจทก์ตามข้อตกลงถึง ๙ ครั้ง ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๑๓ คิดเป็นเงินหักรับราคายางที่ซื้อไปถือว่าเป็นการรับสภาพหนี้ ฟ้องโจทก์จึงไม่ขาดอายุความนั้น เห็นว่าข้อตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการตกลงกันในเรื่องคุณภาพของสินค้า โดยโจทก์ยอมให้จำเลยมีสิทธิส่งยางที่ชำรุดคืนเพื่อชดเชยเป็นเงินหักกับราคายางที่จำเลยซื้อไปได้ จำเลยจะใช้สิทธิเช่นว่านั้นหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ชดเชยเป็นเงินหักกับราคายางที่จำเลยซื้อไปได้ จำเลยจะใช้สิทธิเช่นว่านั้นหรือไม่ ย่อมแล้วแต่ฝ่ายจำเลย ซึ่งเป็นสิทธิของจำเลยผู้ซื้อจะเลือกปฏิบัติเท่านั้น เมื่อจำเลยคืนยางชำรุดโจทก์ก็ออกใบเครดิตโน้ทให้ซึ่งก็เป็นเพียงหลักฐานที่ฝ่ายโจทก์ยินยอมชดเชยให้แก่ฝ่ายจำเลย เองและเป็นหลักฐานที่โจทก์ฝ่ายเดียวทำขึ้นเพื่อให้แก่ฝ่ายจำเลย หาใช่เป็นการรับสภาพหนี้ของจำเลยอันจะทำให้อายุความสะดุดหยุดลงไม่ สิทธิเรียกร้องของโจทก์เกิดขึ้นนับแต่วันถึงกำหนดชำระแล้ว หาใช่นับแต่วันหักบัญชีราคายางดังที่โจทก์ฎีกาไม่

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สนิท บริรักษ์ · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้