Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58288)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีของโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่ต้องห้ามฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น มีความหมายถึงห้ามฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ดังนั้นตามที่โจทก์ทั้งสองฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1และที่ 3 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1และที่ 3 ไว้พิจารณา พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 41)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงตกอยู่ในบังคับมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ซึ่งบัญญัติว่า "ให้ยกเลิกความในมาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน"มาตรา 220 ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เพราะฉะนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาโจทก์ตามบทมาตราดังกล่าวชอบแล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2701/2533นายอภิชิต วิริยะวรชัย กับพวกโจทก์บริษัท ซี.เอส.ดี. เอ็นเตอร์ไพร์ส จำกัด กับพวกจำเลยนายอภิชิต วิริยะวรชัย ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายกิจ ทรงอธิกมาศ ที่ 2 โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีของโจทก์ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาของโจทก์โจทก์ทั้งสองเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ที่ต้องห้ามฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น มีความหมายถึงห้ามฎีกาเฉพาะในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ดังนั้นตามที่โจทก์ทั้งสองฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายซึ่งไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทั้งสองไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยทั้งสามได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งสองฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497มาตรา 3 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะจำเลยที่ 1และที่ 3 ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่มีมูล ให้ประทับฟ้องเฉพาะจำเลยที่ 1และที่ 3 ไว้พิจารณา

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 41)โจทก์ทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48)คำสั่งคดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจึงตกอยู่ในบังคับมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 ซึ่งบัญญัติว่า "ให้ยกเลิกความในมาตรา 220 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2517 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน"มาตรา 220 ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เพราะฉะนั้นคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาโจทก์ตามบทมาตราดังกล่าวชอบแล้ว

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ประคนธ์ พันธุ์วิชาติกุล · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้