Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5825/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสองแปลงให้โจทก์และเสียค่าธรรมเนียม ค่าอากร ค่าภาษีเงินได้ตามสัญญาจะซื้อจะขาย หาก ไม่อาจโอนได้ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ การที่เจ้าพนักงานที่ดิน ประเมินราคาที่ดินเพียงแปลงเดียว ให้จำเลยชำระค่าธรรมเนียม ค่าอากร ค่าภาษีเงินได้เป็นเงิน 3,213,280 บาท แต่ราคาที่ดินตาม สัญญาจะซื้อจะขายเป็นเงิน1,525,925 บาท เมื่อหักเงินมัดจำออกแล้ว จำเลยจะได้รับชำระเงินจากโจทก์อีกประมาณ 1,000,000 บาท ไม่พอ ชำระค่าธรรมเนียมในการโอน จำเลยต้องหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมอีก 2,000,000 กว่า บาทการที่จำเลยมีเงินไม่พอชำระค่าธรรมเนียม ค่าอากร ค่าภาษีเงินได้นั้นไม่ใช่เป็นกรณีสภาพแห่งหนี้ไม่เปิด ช่องให้โอนที่ดินให้โจทก์ได้ แต่เป็นกรณีที่จำเลยมีภาระเพิ่มขึ้น ในการที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ให้โจทก์ จำเลยจะคืนเงินมัดจำ แทนการโอนที่ดินให้โจทก์หาได้ไม่.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

เนื้อความคำพิพากษา

คดีสืบเนื่องจากศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินรวมสองแปลงแก่โจทก์โดยให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียม ค่าอากรค่าภาษีเงินได้ ตามสัญญาจะซื้อจะขาย หากไม่อาจโอนได้ให้จำเลยคืนเงินมัดจำ 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า ไม่สามารถปฏิบัติตามคำบังคับของศาลได้ เพราะเจ้าพนักงานที่ดินประเมินราคาเฉพาะที่ดินโฉนดเลขที่ 415เป็นเงิน 17,904,000 บาท ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นเงิน358,080 บาท ค่าอากรเป็นเงิน 89,520 บาท ค่าภาษีเงินได้เป็นเงิน1,960,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,407,600 บาท หากบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขายจำเลยที่ 1 จะได้รับเงินเพียง 1,525,925 บาท จะต้องหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมอีก 1,000,000 บาทเศษ จึงไม่สามารถโอนที่ดินให้แก่โจทก์ได้

ต้องขอคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาในชั้นนี้ว่า จำเลยที่ 1 จะขอคืนเงินมัดจำ 400,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้โจทก์แทนการโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 415 และ 1905 ให้โจทก์ได้หรือไม่ ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เจ้าพนักงานที่ดินประเมินราคาที่ดินโฉนดเลขที่ 415 แปลงเดียวเป็นเงิน 17,904,000 บาท จำเลยที่ 1ต้องเสียค่าธรรมเนียม 358,080 บาท ค่าอากร 895,200 บาทค่าภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายอีก 1,960,000 บาท รวมเป็นเงิน3,213,280 บาท แต่ราคาที่ดินตามสัญญาจะซื้อจะขายเป็นเงิน1,525,925 บาท

หักเงินมัดจำ 400,000 บาท ออกแล้ว โจทก์จะต้องชำระเงินส่วนที่เหลือให้จำเลยอีกประมาณ 1,000,000 บาท ซึ่งไม่พอชำระค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินทั้งสองแปลงให้โจทก์ จำเลยที่ 1ต้องหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมอีก 2,000,000 กว่าบาท เพราะฉะนั้นสภาพแห่งการบังคับคดีตามคำพิพากษาลำดับแรกที่บังคับให้จำเลยที่ 1โอนที่ดินให้โจทก์จึงไม่เปิดช่องให้กระทำได้นั้น เห็นว่า ที่ดินพิพาททั้งสองแปลงยังมีชื่อจำเลยที่ 1 ถือกรรมสิทธิ์ กรณีจึงยังสามารถบังคับให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาได้ การที่จำเลยที่ 1ไม่มีเงินพอชำระค่าธรรมเนียม ค่าอากร ค่าภาษีเงินได้นั้น ไม่ใช่เป็นกรณีสภาพหนี้ไม่เปิดช่องให้โอนที่ดินให้โจทก์ได้ แต่เป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 มีภาระเพิ่มขึ้นในการที่ต้องปฏิบัติการชำระหนี้ให้โจทก์ โดยจำเลยที่ 1 ต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมเพิ่มมากขึ้นจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิจะคืนเงินมัดจำ 400,000 บาท แทนการโอนที่ดินตามคำร้องจำเลยที่ 1..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · อุระ หวังอ้อมกลาง · เพ็ง เพ็งนิติ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3829/2546

ศาลพิพากษาให้เพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าสร้างระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และเพิกถอนสัญญาเช่าสร้างระหว่างจำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 3 ถ้าไม่สามารถเพิกถอนการโอนสิทธิการเช่าสร้าง และสัญญาเช่าสร้างได้ให้จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3506/2546

การเกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอาจมีผลกระทบต่อลูกหนี้บางคนทำให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ตนมีต่อสถาบันการเงินได้เหมือนเช่นปกติแต่จะถือเป็นพฤติการณ์ที่ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยตามประมวลกฎหมายแพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8281/2544

ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลย โจทก์มีสิทธิบังคับจำเลยอยู่สามประการ ประการแรกคือบังคับให้โอนสิทธิในที่ดินพิพาทโดยโจทก์ต้องชำระเงินตอบแทน 35,000 บาท แก่จำเลย ประการที่สองคือบังคับให้ใช้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2701/2537

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์โดยให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินที่เหลือแก่จำเลย หากจำเลยไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้โจทก์ ก็ให้คืนเงินมัดจำกับค่าเสียหายแก่โจทก์ดังนั้น ในการบังคับคดีจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3407/2529

ศาลพิพากษาให้จำเลยจัดการโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบบ้านให้โจทก์ภายหลังโจทก์จำเลยตกลงกันในศาลว่า หากโจทก์มีสิทธิการเช่าที่ปลูกบ้าน จำเลยจะมอบบ้านพิพาทให้โจทก์โดยโจทก์ไม่ต้องรื้อ หากจำเลยมีสิทธิการเช่า โจทก์…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้