Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58244)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ทั้งหกแถลงคัดค้าน (อันดับ 197)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 534,800 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ดังกล่าว นับจากวันที่ 10 มกราคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหกโดยแบ่งชำระแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน198,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 198,000 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 188,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 188,000บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 28,800 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 28,800 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 4 จำนวน 33,600 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 33,600 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 5 จำนวน43,200 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 43,200 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 6 จำนวน 43,200 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน43,200 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งหก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 191,192)ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 2 ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ แต่ต่อมาศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้งดการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์เนื่องจากจำเลยที่ 2 ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 133,135,154,169)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 7ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2613/2533นางอำภาพร คำวลีพรสกุล กับพวกโจทก์นายประทิน บัวแสง กับพวกจำเลยห้างหุ้นส่วนจำกัดชาญบริการอุบล จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา มีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์ทั้งหกแถลงคัดค้าน (อันดับ 197)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินจำนวน 534,800 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของต้นเงิน ดังกล่าว นับจากวันที่ 10 มกราคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งหกโดยแบ่งชำระแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน198,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 198,000 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 188,000 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 188,000บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 28,800 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 28,800 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 4 จำนวน 33,600 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 33,600 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 5 จำนวน43,200 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน 43,200 บาท ชำระแก่โจทก์ที่ 6 จำนวน 43,200 บาท

พร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงิน43,200 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ทั้งหก นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 191,192)ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ทุเลาการบังคับ แต่จำเลยที่ 2 ไม่วางหลักประกันตามที่ศาลชั้นต้นกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ แต่ต่อมาศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้งดการบังคับคดีไว้ในระหว่างอุทธรณ์เนื่องจากจำเลยที่ 2 ได้นำหลักทรัพย์มาวางเป็นประกันไว้ต่อศาลชั้นต้น (อันดับ 133,135,154,169)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ถ้าจำเลยที่ 2 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเวลา 7ปี มาให้จนเป็นที่พอใจ และภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พินิจ ฉิมพาลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้