Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 582/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "สภาพแห่งข้อหา" ที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 172วรรคสอง หมายถึงเหตุหรือสิทธิของโจทก์ที่ขอให้ศาลบังคับเอาแก่จำเลยว่า โจทก์มีเหตุหรือสิทธิอย่างไรเหนือจำเลย โจทก์อ้างนิติกรรมคือสัญญาเป็นเหตุแห่งข้ออ้างเพื่อบังคับจำเลย โดยบรรยายโดยแจ้งชัดแล้วว่า สภาพแห่งข้อหาคือ ยืม และได้บรรยายต่อไปถึงทรัพย์สินที่ยืมโดยละเอียดพอสมควรที่จำเลยจะเข้าใจได้ทั้งโจทก์ก็มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์คืน หากแต่ฟ้องเรียกราคาทรัพย์ที่มีการตกลงกันไว้ในการยืมแล้วเป็นจำนวนแน่นอน โจทก์จึงหาต้องบรรยายรายละเอียดให้มากกว่านี้ไม่ ส่วนที่โจทก์มิได้ขอให้จำเลยคืนทรัพย์ซึ่งยืมไป โจทก์ก็มีสิทธิขอได้ คำขอของโจทก์แจ้งชัดแล้วหากบังคับจำเลยไม่ได้ ศาลก็ไม่บังคับให้ หาใช่เรื่องเคลือบคลุมไม่ ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณเดือนกันยายน 2525 จำเลยที่ 1ซึ่งเป็นสามีของจำเลยที่ 2 ให้จำเลยที่ 2 มาขอยืมทองรูปพรรณพร้อมเครื่องประดับจำนวนหนึ่ง โจทก์ได้ส่งมอบสิ่งของดังกล่าวให้กับจำเลยที่ 2 ยืมไป แล้วจำเลยที่ 2 ได้เขียนบันทึกไว้ให้โจทก์ มีสาระสำคัญว่าจำเลยที่ 1 ได้มีหนังสือรับรองจำเลยที่ 2ให้ร่วมกันมาขอยืมสิ่งของดังกล่าวไปจากโจทก์โดยกำหนดราคาสิ่งของทั้งหมดเป็นเงิน 53,000 บาท จะนำมาคืนให้โจทก์ภายในสิ้นเดือนกันยายน 2526 เมื่อถึงกำหนดจำเลยไม่นำมาคืนให้จะชำระเงินจำนวน53,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ ต่อมาเมื่อครบกำหนด จำเลยทั้งสองก็ไม่ได้นำสิ่งของที่ยืมไปมาคืน และไม่ชำระราคาสิ่งของแก่โจทก์ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันแทนกันชำระเงินจำนวน 53,000บาท

พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยไม่เคยยืมทองคำรูปพรรณพร้อมเครื่องประดับตามฟ้องจากโจทก์ ความจริงจำเลยซื้อทองคำรูปพรรณไปจากโจทก์ในราคา 53,000 บาท โดยซื้อเชื่อและชำระราคาเป็นงวด ๆตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2525 ซึ่งจำเลยได้ชำระให้โจทก์เสร็จสิ้นแล้ว ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องและคดีโจทก์ขาดอายุความศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน53,000 บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม เพราะโจทก์มิได้บรรยายถึงรายละเอียดของทองรูปพรรณที่จำเลยทั้งสองยืมไปว่า จำนวนทองรูปพรรณมีจำนวนกี่เส้น

น้ำหนักเส้นละเท่าใด แต่ละเส้นราคาเท่าใด และเป็นทองรูปพรรณชนิดใดบ้างอย่างละเท่าใด กับเครื่องประดับอื่น ๆ มีอะไรบ้าง ส่วนคำขอท้ายฟ้องนั้นจำเลยฎีกาว่า โจทก์มิได้มีคำขอให้จำเลยคืนทรัพย์ซึ่งยืมไปนั้นกลับมีคำขอให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์แทน คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นคำฟ้องที่มิได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ จึงเป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นศาลฎีกาเห็นว่าคำว่าสภาพแห่งข้อหาดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง หมายความถึงเหตุหรือสิทธิของโจทก์ที่ขอให้ศาลบังคับเอากับจำเลยนั้นว่า โจทก์มีเหตุหรือสิทธิอย่างไรเหนือจำเลย สำหรับคดีนี้โจทก์อ้างนิติกรรมคือสัญญาเป็นเหตุเป็นข้ออ้างเพื่อบังคับจำเลย โดยบรรยายโดยแจ้งชัดแล้วว่าสภาพแห่งข้อหาคือ

ยืม และได้บรรยายต่อไปถึงทรัพย์สินที่ยืมโดยละเอียดพอสมควรที่จำเลยควรเข้าใจได้ดีอยู่แล้ว อีกประการหนึ่งโจทก์มิได้ฟ้องเรียกทรัพย์คืนหากแต่ฟ้องแรียกราคาทรัพย์ที่ได้มีการตกลงกันไว้ในการยืมแล้วเป็นจำนวนแน่นอน โจทก์จึงหาจำเป็นต้องบรรยายรายละเอียดให้มากกว่านี้ไม่ ส่วนที่จำเลยอ้างว่าโจทก์มิได้ขอให้จำเลยคืนทรัพย์ซึ่งยืมไปจึงเป็นคำขอไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เห็นว่าคำขอบังคับของโจทก์นั้นโจทก์จะขอให้บังคับจำเลยอย่างใดตามที่โจทก์เห็นว่าโจทก์มีสิทธิโจทก์ย่อมขอได้ คำขอของโจทก์แจ้งชัดแล้ว หากบังคับจำเลยไม่ได้ศาลก็ไม่บังคับให้หาใช่เรื่องเคลือบคลุมไม่ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุมชอบแล้ว..."ข้อที่จำเลยฎีกาว่า

ทองคำรูปพรรณหนัก 10 บาท กับเครื่องประดับอื่น ๆ ราคา 53,000 บาทนั้น จำเลยมิได้ยืมจากโจทก์แต่จำเลยได้ซื้อจากโจทก์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันรับเอกาทองคำรูปพรรณหนัก 10 บาท ราคา 53,000 บาท ไปจากโจทก์จริงตามเอกสารหมาย จ.2 ซึ่งศาลฎีกาตรวจพิจารณาเอกสารหมาย จ.2 แล้วเห็นว่าเอกสารหมาย จ.2 มิได้มีข้อความโดยแจ้งชัดว่าเป็นการยืมหรือซื้อขายจำเป็นต้องวินิจฉัยพยานและเหตุผลอื่น ๆ ประกอบซึ่งได้ความจากคำเบิกความของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์เคยฝากถ้วยชามทัพเปอร์แวร์ให้จำเลยขาย แล้วต่อมาโจทก์บอกให้จำเลยเอาทองคำไปขายบ้างโจทก์จะให้เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าโจทก์จะให้ผลประโยชน์แก่จำเลยตามราคาทองคำที่ขายได้

การที่โจทก์ฝากถ้วยชามหรือทองคำให้จำเลยขายเช่นนี้ย่อมไม่ใช่โจทก์ขายถ้วยชามหรือทองคำแก่จำเลย การที่จำเลยรับทองคำไปจากโจทก์จึงไม่เป็นการซื้อทองคำจากโจทก์ ซึ่งโจทก์และนางสาวนฤวรรณ แซ่ลี้ พยานโจทก์ต่างเบิกความยืนยันว่าจำเลยยืมทองคำไปจากโจทก์โดยไม่มีข้อพิรุธและแตกต่างกันแต่อย่างใดต่างกับพยานจำเลยซึ่งเบิกความต่างกับพฤติการณ์ที่ได้ปฏิบัติต่อกันมาก่อนเกิดเหตุคดีนี้ จึงต้องฟังดังโจทก์ฟ้องและนำสืบ ศาลล่างทั้งสองฟังว่าจำเลยทั้งสองยืมทองรูปพรรณจากโจทก์ชอบแล้ว..."

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองคงฎีกาต่อไปอีกว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ เพราะเป็นคดีเกี่ยวกับการซื้อขายซึ่งมีอายุความ 2 ปี แต่ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าคดีของโจทก์เป็นคดีว่าด้วยเรื่องยืม ซึ่งมีอายุความ 10 ปีคดีของโจทก์จึงหาขาดอายุความไม่..."

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิทวัส อยู่วัฒนา · บุญส่ง วรรณกลาง · ตัน เวทไว
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1088/2566

คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึง "ช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ" ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/6 (3) ประกอบมาตรา 90/3 กิจการของลูกหนี้ไม่มีช่องทางที่จะฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2561/2563

การปรับข้อเท็จจริงตามฟ้องว่าจะเข้าลักษณะมูลหนี้สัญญาหรือมูลหนี้ละเมิดนั้น เป็นข้อหารือบทซึ่งเป็นหน้าที่ของศาลที่จะปรับบทกฎหมายเอง โดยโจทก์ต้องบรรยายข้อเท็จจริงที่จำเลยได้กระทำ อันเป็นการโต้แย้งสิทธิก็…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2075/2563

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ให้ความเห็นชอบโครงการโอนกิจการของธนาคาร ม. ให้แก่ธนาคาร ก. กำหนดการโอนกิจการ ให้โอนสินทรัพย์และหนี้สินทั้งหมดของโจทก์โดยให้ดูแลลูกหนี้เจ้าหนี้นั้น ให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตาม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5433/2562

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ตกลงซื้อหุ้นจากโจทก์เป็นเงิน 20,000,000 บาท โจทก์โอนหุ้นให้จำเลยที่ 1 แล้ว จำเลยที่ 1 ชำระค่าหุ้นแก่โจทก์บางส่วนเป็นเงิน 12,500,000 บาท ส่วนที่เหลืออีก 7,500,000 บาท โจทก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้