คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม จำเลยบังอาจกล่าวถ้อยคำหยาบช้าหมิ่นประมาทนายแสวงซึ่งหน้า และใช้กำลังกายทำร้ายนายแสวง ไม่ถึงบาดเจ็บ ทางพิจารณาโจทก์นำสืบว่าจำเลยกระทำผิดวันที่ ๒๐ ตุลาคมและยื่นคำร้องขอแก้วันกระทำผิดเป็นวันที่ ๒๐ ตุลาคม เมื่อสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ว จนให้นัดฟังคำพิพากษาแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่าจำเลยได้หลงต่อสู้ จึงไม่อนุญาตให้โจทย์แก้ฟ้องและพิพากษายกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าการที่โจทก์จะขอแก้ฟ้องนั้นต้องชี้แจงให้เป็นที่พอใจศาลว่ามีเหตุอันควร ตามแบบอย่างคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๗๔/๒๔๘๑ เมื่อไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน