Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58182)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกไม่เกิน5 ปี ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นั้น ให้รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ยึดหน่วงรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ ก็เพียงเพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้จากนายสนธยาเท่านั้นหาได้มีเจตนาทุจริตในการรับของโจรไม่ จึงเป็นข้อกฎหมายอันเป็นองค์ประกอบของความผิด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 113 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 3 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 จำคุกคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสองฎีกา เฉพาะเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 108)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เฉพาะจำเลยที่ 1 นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 3 ปี คดีของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 รับซื้อรถยนต์ของกลางจากนายสนธยา โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ยึดรถยนต์ของกลางไว้เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้จากนายสนธยาเท่านั้น หาได้มีเจตนาทุจริตในการรับของโจรไม่นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2505/2533พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรีโจทก์นายยิ้วหลีหรือหลี จงสินเจริญ กับพวกจำเลยนายอภัย อภัยวงศ์ ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกไม่เกิน5 ปี ฎีกาของจำเลยที่ 1 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ 2 นั้น ให้รับฎีกาจำเลยที่ 1 เห็นว่า การที่จำเลยที่ 1 ยึดหน่วงรถจักรยานยนต์ของกลางไว้ ก็เพียงเพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้จากนายสนธยาเท่านั้นหาได้มีเจตนาทุจริตในการรับของโจรไม่ จึงเป็นข้อกฎหมายอันเป็นองค์ประกอบของความผิด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 113 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 357 จำคุก 3 ปี ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก,83 จำคุกคนละ 3 ปีจำเลยทั้งสองฎีกา เฉพาะเกี่ยวกับฎีกาของจำเลยที่ 1 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 108)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เฉพาะจำเลยที่ 1 นั้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 3 ปี คดีของจำเลยที่ 1 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 รับซื้อรถยนต์ของกลางจากนายสนธยา โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ถูกลักมา

การที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า จำเลยที่ 1 ยึดรถยนต์ของกลางไว้เพื่อเป็นหลักประกันการชำระหนี้จากนายสนธยาเท่านั้น หาได้มีเจตนาทุจริตในการรับของโจรไม่นั้น เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาจำเลยที่ 1 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม เฟื่องฟุ้ง · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้