Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58162)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลงโทษปรับจำเลย ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยได้นำสืบให้เห็นแล้วว่า จำเลยได้ชำระค่าภาษีในสินค้าของกลางถูกต้องแล้ว แต่การที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้นำสืบให้ชัดว่าได้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายนั้นจึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาข้อนี้จึงเป็นการตีความหมายของข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 และฎีกาในข้อที่ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิหรือไม่นั้น ศาลชั้นต้นปรับข้อกฎหมายดังกล่าวคลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในสำนวน จึงเป็นการวินิจฉัยโดยมิชอบอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ให้ลงโทษปรับ 601,614.80 บาทจำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงเหลือโทษปรับ 451,211.10 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบของกลางกับจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับ และจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับ คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 52แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาจำเลยโดยแท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่จำเลยโต้แย้งจะให้รับฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบว่า ของกลางตามฟ้องเป็นสินค้าที่มีการนำเข้าและเสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2368/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายธวัช แซ่ตั้นจำเลยนายธวัช แซ่ตั้น จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ลงโทษปรับจำเลย ฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า คดีนี้จำเลยได้นำสืบให้เห็นแล้วว่า จำเลยได้ชำระค่าภาษีในสินค้าของกลางถูกต้องแล้ว แต่การที่ศาลวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้นำสืบให้ชัดว่าได้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายนั้นจึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาข้อนี้จึงเป็นการตีความหมายของข้อกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 และฎีกาในข้อที่ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิหรือไม่นั้น

ศาลชั้นต้นปรับข้อกฎหมายดังกล่าวคลาดเคลื่อนกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในสำนวน จึงเป็นการวินิจฉัยโดยมิชอบอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเช่นกัน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 53 แผ่นที่ 2)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ทวิ ให้ลงโทษปรับ 601,614.80 บาทจำเลยรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ คงเหลือโทษปรับ 451,211.10 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทน 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ริบของกลางกับจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นำจับ และจ่ายเงินรางวัลแก่ผู้จับ คำขออื่นให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 52แผ่นที่ 2)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53 แผ่นที่ 2)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาจำเลยโดยแท้จริงแล้วเป็นเรื่องที่จำเลยโต้แย้งจะให้รับฟังข้อเท็จจริงตามที่จำเลยนำสืบว่า ของกลางตามฟ้องเป็นสินค้าที่มีการนำเข้าและเสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้