Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58130)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน ริบของกลางทั้งหมด โดยเฉพาะเงินสดให้ริบ86,000 บาท นอกจากนั้นคืนให้จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 ได้ยื่นฎีกาต่อมาจำเลยที่ 3 ได้มอบหมายให้ทนายความไปติดต่อกับพนักงานสอบสวนในคดีนี้เพื่อขอรับเงินคืนตามคำสั่งศาล แต่ได้รับแจ้งว่าคดียังไม่ถึงที่สุด คืนเงินให้ตามคำสั่งศาลไม่ได้ การที่พนักงานสอบสวนไม่ยอมคืนเงินแก่จำเลยที่ 3 นั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง เป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อคำสั่งของศาลทำให้จำเลยที่ 3 ได้รับความเสียหายขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีนี้ (กองปราบปรามสามยอด แผนกที่ 2กองกำกับการที่ 7) คืนเงินส่วนที่เกินจากที่ศาลได้สั่งริบไว้ให้แก่จำเลยที่ 3 ทั้งหมดโดยเร็วด้วยหมายเหตุ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานผลิตแอมเฟตามีนจำนวน 175 เม็ด ฐานมีแอมเฟตามีน จำนวน 175 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 เป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายบทเดียวกัน จึงปรับบทลงโทษตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 จำคุก 15 ปีและมีความผิดฐานมีแอมเฟตามีน จำนวน 1,868 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก15 ปี รวมโทษจำคุก 30 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6มีความผิดฐานร่วมกันผลิตแอมเฟตามีนทั้งชนิดเกล็ด จำนวน 2,048 กรัมและชนิดเม็ดจำนวน 2,800 เม็ด ฐานร่วมกันมีแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายแอมเฟตามีนจำนวน1,868 กรัม ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายบทเดียวกันจึงปรับบทลงโทษ ตามมาตรา 13ประกอบมาตรา 89 จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 คนละ 15 ปี จำเลยที่ 5ที่ 6 เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือจำเลยที่ 2 ที่ 3 เท่านั้น เห็นสมควรลงโทษสถานเบาจำคุกจำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 8 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 3ที่ 5 ที่ 6 ต่างรับสารภาพในชั้นจับกุม จำเลยที่ 2 รับสารภาพมาแต่ต้นตั้งแต่ชั้นจับกุมและในชั้นพิจารณาของศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษจำคุกให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 คนละหนึ่งในสามเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด10 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 ที่ 6 มีกำหนดคนละ 5 ปี 4 เดือน ลดโทษจำคุกให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือนริบของกลางทั้งหมดยกเว้นเงินสด ริบจำนวน 86,000 บาท ส่วนที่เกินกว่านี้ให้คืนจำเลยที่ 3 ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 แต่ให้ขังจำเลยที่ 4 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ที่ 6 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 4 วรรคเจ็ด,13 วรรคหนึ่ง,89 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปีฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนจำคุก 10 ปี ฐานขายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 ขายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี ฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งเมทแอมเฟตามีนจำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 5ที่ 6 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตเมทแอมเฟตามีน เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ควรลงโทษจำเลยที่ 5 ที่ 6 สถานเบา จำคุกจำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 8 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งและจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี จำเลยที่ 3มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 5 ปี 4 เดือนริบของกลางทั้งหมด โดยเฉพาะเงินสดให้ริบ 86,000 บาท นอกจากนั้นคืนให้จำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา (อันดับ 102)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 107)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษาเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่ง จึงให้ส่งเรื่องไปศาลชั้นต้น

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2327/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายวิชัย ตันวัฒนะ กับพวกจำเลยนางกัลยาณี อร่ามเวชอนันต์ จำเลยที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 271 ป.วิ.อ. ม. 15ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน ริบของกลางทั้งหมด โดยเฉพาะเงินสดให้ริบ86,000 บาท นอกจากนั้นคืนให้จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 ได้ยื่นฎีกาต่อมาจำเลยที่ 3 ได้มอบหมายให้ทนายความไปติดต่อกับพนักงานสอบสวนในคดีนี้เพื่อขอรับเงินคืนตามคำสั่งศาล แต่ได้รับแจ้งว่าคดียังไม่ถึงที่สุด คืนเงินให้ตามคำสั่งศาลไม่ได้ การที่พนักงานสอบสวนไม่ยอมคืนเงินแก่จำเลยที่ 3 นั้น ถือว่าไม่ถูกต้อง เป็นการปฏิบัติที่ขัดต่อคำสั่งของศาลทำให้จำเลยที่ 3 ได้รับความเสียหายขอศาลได้โปรดมีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนคดีนี้ (กองปราบปรามสามยอด แผนกที่ 2กองกำกับการที่ 7) คืนเงินส่วนที่เกินจากที่ศาลได้สั่งริบไว้ให้แก่จำเลยที่ 3 ทั้งหมดโดยเร็วด้วยหมายเหตุ

พนักงานสอบสวนยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานผลิตแอมเฟตามีนจำนวน 175 เม็ด ฐานมีแอมเฟตามีน จำนวน 175 เม็ด ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 เป็นกรรมเดียวกันผิดต่อกฎหมายบทเดียวกัน จึงปรับบทลงโทษตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 จำคุก 15 ปีและมีความผิดฐานมีแอมเฟตามีน จำนวน 1,868 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามมาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 อีกกระทงหนึ่ง จำคุก15 ปี รวมโทษจำคุก 30 ปี จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 และที่ 6มีความผิดฐานร่วมกันผลิตแอมเฟตามีนทั้งชนิดเกล็ด จำนวน 2,048 กรัมและชนิดเม็ดจำนวน 2,800 เม็ด ฐานร่วมกันมีแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายแอมเฟตามีนจำนวน1,868 กรัม ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 13 ประกอบมาตรา 89 การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายบทเดียวกันจึงปรับบทลงโทษ ตามมาตรา 13ประกอบมาตรา 89 จำคุกจำเลยที่ 2 ที่ 3 คนละ 15 ปี

จำเลยที่ 5ที่ 6 เป็นเพียงผู้ช่วยเหลือจำเลยที่ 2 ที่ 3 เท่านั้น เห็นสมควรลงโทษสถานเบาจำคุกจำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 8 ปี จำเลยที่ 1 ที่ 3ที่ 5 ที่ 6 ต่างรับสารภาพในชั้นจับกุม จำเลยที่ 2 รับสารภาพมาแต่ต้นตั้งแต่ชั้นจับกุมและในชั้นพิจารณาของศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษจำคุกให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 คนละหนึ่งในสามเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด10 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 ที่ 6 มีกำหนดคนละ 5 ปี 4 เดือน ลดโทษจำคุกให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่ง เป็นจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือนริบของกลางทั้งหมดยกเว้นเงินสด ริบจำนวน 86,000 บาท ส่วนที่เกินกว่านี้ให้คืนจำเลยที่ 3 ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 4 แต่ให้ขังจำเลยที่ 4 ไว้ในระหว่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5ที่ 6 มีความผิดตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทพ.ศ. 2518 มาตรา 4 วรรคเจ็ด,13 วรรคหนึ่ง,89 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปีฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานผลิตเมทแอมเฟตามีนจำคุก 10 ปี ฐานขายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 3 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 ขายเมทแอมเฟตามีน จำคุก 10 ปี ฐานมีไว้เพื่อขายซึ่งเมทแอมเฟตามีนจำคุก 10 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 5ที่ 6 ฐานร่วมกับจำเลยที่ 2 ผลิตเมทแอมเฟตามีน

เมื่อพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ควรลงโทษจำเลยที่ 5 ที่ 6 สถานเบา จำคุกจำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 8 ปี จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งและจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 6 คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 2 มีกำหนด 10 ปี จำเลยที่ 3มีกำหนด 13 ปี 4 เดือน จำเลยที่ 5 ที่ 6 คนละ 5 ปี 4 เดือนริบของกลางทั้งหมด โดยเฉพาะเงินสดให้ริบ 86,000 บาท นอกจากนั้นคืนให้จำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 3 ฎีกา (อันดับ 102)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยที่ 3 ยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 107)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว กรณีเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบังคับตามคำพิพากษาเป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นที่จะมีคำสั่ง จึงให้ส่งเรื่องไปศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้