Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 581/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินตามสัญญาระบุว่า เงินที่เหลืออีก 20,000 บาท ผู้จะซื้อจะชำระแก่ผู้จะขายในวันโอนสิทธิครอบครองทางทะเบียน โจทก์จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนต่อนายอำเภอและได้ประกาศเรื่องขอขายที่ดินแล้ว แต่จำเลยไม่ไปทำการจดทะเบียนให้โจทก์ จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยจะนำสืบว่าตกลงชำระค่าที่ดินที่เหลือภายในวันที่ 17 เมษายน 2526 ต่างจากวันที่ที่ขอทำการโอนดังกล่าวไม่ได้เพราะเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร.(ที่มา-เนติ)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำสัญญาจะขายที่ดินแก่โจทก์ในราคา30,000 บาท โจทก์ชำระเงินมัดจำ 10,000 บาท ที่เหลือตกลงชำระในวันจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองต่อมาจำเลยไม่จัดการโอนที่ดินให้ขอให้บังคับจำเลยไปจัดการโอนที่ดินแก่โจทก์จำเลยให้การว่าตามสัญญาจะซื้อจะขายกำหนดให้โจทก์ชำระค่าที่ดินที่เหลือภายในวันที่ 17 เมษายน 2526 แต่โจทก์ผิดสัญญาไม่ชำระ จำเลยจึงบอกเลิกสัญญาและริบมัดจำ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมขายที่ดินตามฟ้องให้โจทก์หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยให้จำเลยรับค่าที่ดินที่ค้างชำระอยู่จำนวน 20,000 บาท จากโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า 'ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าโจทก์จำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินกันตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ในราคา 30,000 บาท วางมัดจำไว้แล้ว10,000 บาท โจทก์จะต้องชำระค่าที่ดินที่เหลือให้แก่จำเลยอีก20,000 บาท จำเลยมิได้ฎีกาในข้อนี้ข้อเท็จจริงจึงเป็นอันยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาคงมีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของจำเลยว่าโจทก์ไม่ชำระค่าที่ดินที่เหลือแก่จำเลยภายในวันที่ 17เมษายน 2526 จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญาสัญญาจะซื้อขายจึงระงับไปโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้นปรากฏตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 ข้อ 2ความว่าเงินที่เหลืออีก 20,000 บาทผู้จะซื้อ (โจทก์) จะชำระแก่ผู้จะขาย (จำเลย) ในวันโอนสิทธิครอบครองทางทะเบียนและได้ความจากพยานโจทก์ประกอบเอกสารว่าโจทก์จำเลยได้ยื่นเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและการสอบสวนสิทธิ์ในที่ดินต่อนายอำเภอเมืองอุบลราชธานีตามเอกสารหมาย

จ.4 นายอำเภอเมืองอุบลราชธานีได้ออกประกาศเรื่องมีผู้ขอขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.6 แล้วไม่มีผู้คัดค้านแต่จำเลยไม่ไปทำการโอนที่ดินตามเรื่องราวขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมดังกล่าวให้แก่โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ข้อที่จำเลยนำสืบอ้างว่าตกลงชำระค่าที่ดินที่เหลือภายในวันที่ 17 เมษายน 2526 นั้น เป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารรับฟังไม่ได้เมื่อจำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาดังกล่าวแล้วโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยรับเงินค่าที่ดินที่เหลือ 20,000 บาท และโอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์นั้นชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น'

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 600 บาท แทนโจทก์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4209/2566

แม้สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง แต่กฎหมายไม่ให้ถือว่าเป็นการตัดสิทธิคู่ความในอันที่จะกล่าวอ้างและนำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่า สัญญาหรือหนี้อย่างอื่นที่ระบุไว้ใน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2566

แม้ตามสำเนาหนังสือสัญญาจำนองรวมแปดโฉนด ข้อ 5 ระบุให้สัญญาฉบับนี้เป็นหลักฐานการกู้เงิน ข้อ 6 ระบุว่า ไม่มีดอกเบี้ย กำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปี และตามบันทึกข้อตกลง ข้อ 1 ระบุว่า หากผู้กู้ผิดสัญญากู้โดยไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6607/2561

ป.วิ.พ. มาตรา 94 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดง ห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลในกรณีอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ แม้ถึงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ยินยอมก็ดี..." ก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้