Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58083)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อย่างคนอนาถาคำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 จำเลยจะยื่นฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะอุทธรณ์และจำเลยไม่มีเงินสดที่จะนำมาวางต่อศาลเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ได้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยหรือสั่งตามรูปเรื่องในเนื้อหาที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งแต่อย่างใด คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นที่สุด จำเลยมีสิทธิที่จะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 2อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งว่าแม้จำเลยที่ 1 หยุดดำเนินกิจการแล้วและนอกจากทรัพย์สินที่เอาไปจำนองไว้กับโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1ไม่มีทรัพย์สินอะไรอีก แต่ก็ได้ความว่าจำเลยที่ 2 สามารถหาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนจริง ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 2จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 194)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 198)คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โดยศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ เช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย จำเลยทั้งสองฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2276/2533ธนาคารกสิกรไทย จำกัดโจทก์บริษัทโสธรพืชผล จำกัด กับพวกจำเลยบริษัทโสธรพืชผล จำกัด ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสมชาย โสธรวิทย์ ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อย่างคนอนาถาคำสั่งศาลอุทธรณ์ย่อมถึงที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 156 จำเลยจะยื่นฎีกาคำสั่งศาลอุทธรณ์ไม่ได้ จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยที่ 1 ที่ 2 เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนรับฟังได้ว่า จำเลยมีเหตุผลสมควรที่จะอุทธรณ์และจำเลยไม่มีเงินสดที่จะนำมาวางต่อศาลเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมอุทธรณ์ได้ แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยหรือสั่งตามรูปเรื่องในเนื้อหาที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งแต่อย่างใด

คำสั่งของศาลอุทธรณ์จึงไม่เป็นที่สุด จำเลยมีสิทธิที่จะฎีกาคัดค้านคำสั่งศาลอุทธรณ์ได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องคดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรับผิดชำระเงินให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ที่ 2อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว มีคำสั่งว่าแม้จำเลยที่ 1 หยุดดำเนินกิจการแล้วและนอกจากทรัพย์สินที่เอาไปจำนองไว้กับโจทก์แล้ว จำเลยที่ 1ไม่มีทรัพย์สินอะไรอีก แต่ก็ได้ความว่าจำเลยที่ 2 สามารถหาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนจริง ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 1 ที่ 2จำเลยที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่า ที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้อุทธรณ์อย่างคนอนาถานั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งจำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 194)จำเลยที่ 1 ที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 198)คำสั่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยทั้งสองอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โดยศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยที่ 1 มิได้เป็นคนยากจนถึงกับไม่มีทรัพย์สินพอที่จะเสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ เช่นนี้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 156 วรรคท้าย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกาคัดค้านคำสั่งของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ได้ ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้