Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58014)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา 2 ฉบับ ฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับส่วนฉบับที่สองศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลได้มีคำสั่งไม่รับฎีกาฉบับที่ทนายโจทก์ยื่นไว้แล้วก่อนหน้านี้ อาศัยเหตุผลในคำสั่งศาลดังกล่าวจึงไม่รับฎีกาฉบับนี้โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือในข้อ 2.1 เป็นข้อเท็จจริงตามฟ้องและที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยรับฟังมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนเพื่อวินิจฉัยข้อกฎหมาย ส่วนข้อ 2.2 ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,158,159 หรือไม่ และข้อ 2.3 ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์ยกเอาเหตุซึ่งไม่ต้องห้ามตามกฎหมายและไม่เป็นประเด็นในคดีซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2510 และกฎกระทรวงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 มิได้บัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายหรือให้มีการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 89,90)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,158,159,165,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ยื่นฎีกา 2 ฉบับ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาทั้ง 2 ฉบับ(อันดับ 78,81)โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาฉบับที่สอง (อันดับ 82,83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532บัญญัติว่า ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ซึ่งมีความหมายว่า ในคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1639/2533นายวิวัฒน์ จิวประกอบวงศ์โจทก์นายเกียรติ สารพันธุ์ กับพวกจำเลยนายวิวัฒน์ จิวประกอบวงศ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220, ม. 224ความว่า โจทก์ยื่นฎีกา 2 ฉบับ ฉบับแรก ศาลชั้นต้นสั่งว่าคดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จึงไม่รับส่วนฉบับที่สองศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลได้มีคำสั่งไม่รับฎีกาฉบับที่ทนายโจทก์ยื่นไว้แล้วก่อนหน้านี้ อาศัยเหตุผลในคำสั่งศาลดังกล่าวจึงไม่รับฎีกาฉบับนี้โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือในข้อ 2.1 เป็นข้อเท็จจริงตามฟ้องและที่โจทก์นำสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยรับฟังมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนเพื่อวินิจฉัยข้อกฎหมาย

ส่วนข้อ 2.2 ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,158,159 หรือไม่ และข้อ 2.3 ปัญหาว่าศาลอุทธรณ์ยกเอาเหตุซึ่งไม่ต้องห้ามตามกฎหมายและไม่เป็นประเด็นในคดีซึ่งขัดต่อพระราชบัญญัติแร่พ.ศ. 2510 และกฎกระทรวงไม่ชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 มิได้บัญญัติห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายหรือให้มีการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยทั้งสี่ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 89,90)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,158,159,165,83,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ยื่นฎีกา 2 ฉบับ ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาทั้ง 2 ฉบับ(อันดับ 78,81)

โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาฉบับที่สอง (อันดับ 82,83)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532บัญญัติว่า ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ ซึ่งมีความหมายว่า ในคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

ผลคำพิพากษา

พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จึงต้องห้ามฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์นั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
บุญศรี กอบบุญ · เสียง ตรีวิมล · สมศักดิ์ วิธุรัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้