Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 58008)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง วันที่ 19 มิถุนายน 2533 ครบกำหนดฎีกาวันที่19 กรกฎาคม 2533 ดังนั้นเมื่อจำเลยประสงค์จะยื่นฎีกาข้อเท็จจริงโดยขอให้ผู้พิพากษาผู้ร่วมพิจารณาคดีรับรองให้ฎีกา ก็ชอบจะต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว แต่ปรากฏจากคำสั่งศาลอุทธรณ์ว่ามีการรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2533 อันเป็นการพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว ฉะนั้นจึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533 ซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงชื่อจำเลยเห็นว่า คำฟ้องฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533ซึ่งเป็นฉบับที่จำเลยลงลายมือชื่อและฉบับที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาเป็นฉบับเดียวกันซึ่งจำเลยได้ยื่นไว้ภายในอายุความฎีกาแล้ว โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 กระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และผิดตามมาตรา 295อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 2 เดือน ฯลฯศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2533จำเลยยื่นฎีกาและผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 162,163,164)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยยื่นฎีกาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้ว จำเลยมิได้ยื่นฎีกาเข้ามาใหม่ภายในอายุฎีกา ถึงแม้ว่าจะมีคำรับรองและอนุญาตให้ฎีกาในภายหลังก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1633/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์ร้อยตำรวจโทสมบัติศิริ เบญจนาค กับพวกโจทก์นายสุจิณ เลาหวัฒนะจำเลยนายสุจิณ เลาหวัฒนะหรือเลาหเสตถี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 216, ม. 221, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟัง วันที่ 19 มิถุนายน 2533 ครบกำหนดฎีกาวันที่19 กรกฎาคม 2533 ดังนั้นเมื่อจำเลยประสงค์จะยื่นฎีกาข้อเท็จจริงโดยขอให้ผู้พิพากษาผู้ร่วมพิจารณาคดีรับรองให้ฎีกา ก็ชอบจะต้องดำเนินการภายในกำหนดเวลาดังกล่าว แต่ปรากฏจากคำสั่งศาลอุทธรณ์ว่ามีการรับรองให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2533 อันเป็นการพ้นกำหนดระยะเวลาฎีกาแล้ว ฉะนั้นจึงไม่รับฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533 ซึ่งจำเลยเป็นผู้ลงชื่อจำเลยเห็นว่า คำฟ้องฎีกาของจำเลยฉบับลงวันที่ 3 กรกฎาคม 2533ซึ่งเป็นฉบับที่จำเลยลงลายมือชื่อและฉบับที่ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาเป็นฉบับเดียวกันซึ่งจำเลยได้ยื่นไว้ภายในอายุความฎีกาแล้ว

โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ระหว่างพิจารณา ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 362 กระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน และผิดตามมาตรา 295อีกกระทงหนึ่ง จำคุก 1 เดือน รวม 2 กระทง จำคุก 2 เดือน ฯลฯศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยฟังเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2533จำเลยยื่นฎีกาและผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 162,163,164)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 167)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยยื่นฎีกาและศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยไปแล้ว จำเลยมิได้ยื่นฎีกาเข้ามาใหม่ภายในอายุฎีกา ถึงแม้ว่าจะมีคำรับรองและอนุญาตให้ฎีกาในภายหลังก็ไม่มีผลเปลี่ยนแปลงคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้