Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57935)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฎีกาในข้อ 2(1) นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้นำพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 71(2) ขึ้นมาประกอบการพิจารณาในปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นประมาทหรือไม่ส่วนในข้อ 2(2) ปัญหาว่า จำเลยที่ 1 สมควรได้รับการรอการลงโทษหรือไม่ และในข้อ 2(3) ปัญหาว่า ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 ศาลจะเปลี่ยนโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 มาเป็นโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทแทนได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ให้ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 1 ปี ฐานไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ลงโทษปรับ1,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสมีกำหนด 6 เดือน และลดโทษให้จำเลยที่ 1 ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคแรก หนึ่งในสาม คงจำคุก20 วัน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 79)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว ฎีกาข้อ 2.1 โต้เถียงโดยอ้างข้อกฎหมายเพื่อให้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์แล้ว เป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยที่ 1ขับรถโดยไม่ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์โดยไม่พะวงรถที่ขับมาจากทางโท เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และฎีกาข้อ 2.2ที่มีใจความว่าสมควรรอการลงโทษและลงโทษปรับแทนโทษจำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลว่าสมควรเพียงไร เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1491/2533พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการโจทก์นายขจรศักดิ์ กันจากภัยรีย์จำเลยนายขจรศักดิ์ กันจากภัยรีย์ จำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับจำเลยที่ 1 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฎีกาในข้อ 2(1) นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้นำพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 71(2) ขึ้นมาประกอบการพิจารณาในปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นประมาทหรือไม่ส่วนในข้อ 2(2) ปัญหาว่า จำเลยที่ 1 สมควรได้รับการรอการลงโทษหรือไม่ และในข้อ 2(3) ปัญหาว่า ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 ศาลจะเปลี่ยนโทษจำคุกสำหรับจำเลยที่ 1 มาเป็นโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทแทนได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 82)

คดีทั้งสองสำนวนนี้โจทก์เป็นบุคคลรายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกจำเลยในสำนวนแรกว่า จำเลยที่ 1 และเรียกจำเลยในสำนวนหลังว่า จำเลยที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,300 พระราชบัญญัติจราจรทางบกพ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 ให้ลงโทษฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส จำคุก 1 ปี ฐานไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรไม่แสดงตัวและแจ้งเหตุต่อเจ้าพนักงาน จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 1 เดือน จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,157 ลงโทษปรับ1,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1ฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัสมีกำหนด 6 เดือน และลดโทษให้จำเลยที่ 1 ในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก

พ.ศ. 2522 มาตรา 78,160 วรรคแรก หนึ่งในสาม คงจำคุก20 วัน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 เดือน 20 วัน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 79)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 1 แล้ว ฎีกาข้อ 2.1 โต้เถียงโดยอ้างข้อกฎหมายเพื่อให้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ขับรถโดยใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์แล้ว เป็นการฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจากพยานหลักฐานในสำนวนว่าจำเลยที่ 1ขับรถโดยไม่ใช้ความระมัดระวังตามวิสัยและพฤติการณ์โดยไม่พะวงรถที่ขับมาจากทางโท เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และฎีกาข้อ 2.2ที่มีใจความว่าสมควรรอการลงโทษและลงโทษปรับแทนโทษจำคุกในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกนั้น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาลว่าสมควรเพียงไร เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล · สุเทพ กิจสวัสดิ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้