Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สิ่งเทียมอาวุธปืนพกอัดลมชนิดใช้ยิงกับลูกกระสุนพลาสติกทรงกลมขนาด 6 มม. มิใช่อาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯการที่จำเลยใช้วัตถุดังกล่าวในการขู่เข็ญข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ และกระทำการเป็นเจ้าพนักงานตำรวจขอตรวจค้นนายธาราทิตย์ ทองแท้และขอดูใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ของนายธาราทิตย์และขอพานายธาราทิตย์ไปตรวจปัสสาวะที่สถานีตำรวจ โดยจำเลยมิได้เป็นเจ้าพนักงานตำรวจ จำเลยกับพวกยังร่วมกันพานางสาวสุรีพร สุกรรมและเด็กหญิงเพ็ญพร ธรรมรุจาจิตร ไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวงนางสาวสุรีพรกับเด็กหญิงเพ็ญพร ให้นางสาวสุรีพรและเด็กหญิงเพ็ญพรเดินทางร่วมไปกับจำเลยกับพวกเพื่อช่วยจับผู้กระทำผิดกฎหมาย กับร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนางสาวสุรีพรกับเด็กหญิงเพ็ญพรไว้ในรถยนต์หมายเลขทะเบียน ก-0206 พระนครศรีอยุธยา ทำให้นางสาวสุรีพรและเด็กหญิงเพ็ญพรปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

ทั้งร่วมกันพรากเด็กหญิงเพ็ญพรอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากนางสมทรง ธรรมรุจาจิตร มารดา เพื่อการอนาจารโดยปราศจากเหตุอันสมควร ร่วมกันพรากนางสาวสุรีพรซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากนายสุรศักดิ์ สุกรรม บิดาเพื่อการอนาจารโดยนางสาวสุรีพรไม่เต็มใจไปด้วย จำเลยยังได้ข่มขืนกระทำชำเรานางสาวสุรีพร ซึ่งมิใช่ภรรยาของจำเลยจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้งโดยใช้ปืนพกอัดลมพลาสติก 1 กระบอก ขู่เข็ญว่าถ้าขัดขืนจะฆ่าให้ตายโดยนางสาวสุรีพรอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และจำเลยมีเครื่องรับและส่งวิทยุคมนาคมพร้อมอุปกรณ์จำนวน 1 เครื่อง ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 91, 145, 276, 284, 310,317, 318 พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม

พ.ศ. 2498 มาตรา 4, 6, 23 ริบรถยนต์ ปืนอัดลมพลาสติก ซองหนังของกลางส่วนเครื่องวิทยุคมนาคมของกลางขอให้ริบเพื่อไว้ใช้ในราชการกรมไปรษณีย์โทรเลขจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 145 วรรคแรก, 276 วรรคสอง, 284 วรรคแรก, 310 วรรคแรก, 317 วรรคสาม, 318 วรรคสาม พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498 มาตรา 6, 23 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานจำคุก 6 เดือน ฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้อาวุธปืน จำคุก 16 ปี ฐานพาหญิงไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวงขู่เข็ญ กับฐานหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นเป็นกรรมเดียวกันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 วรรคแรก ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก2 ปี

ฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร จำคุก 10 ปี ฐานพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารจำคุก 8 ปีฐานมีเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 6 เดือน รวมจำคุก 37 ปี คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 27 ปี 9 เดือน ริบของกลางทั้งหมด เฉพาะวิทยุคมนาคมริบเพื่อให้ไว้ใช้ในราชการไปรษณีย์โทรเลขจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีมีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่าจำเลยมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราโดยมีอาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสองหรือไม่ โจทก์มีนางสาวสุรีพร สุกรรม ผู้เสียหายเบิกความว่า บริเวณที่จำเลยขับรถพาไปห่างจากถนนไกลมากและบริเวณดังกล่าวมืด เมื่อจำเลยจอดรถแล้วบังคับให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าผู้เสียหายไม่ยอมถอดจำเลยบอกว่าหากไม่ถอดจะยัดเยียดข้อหายาบ้าให้ ผู้เสียหายจึงยอมถอด แต่ไม่ยอมถอดเสื้อยกทรง จำเลยจึงหยิบอาวุธปืนจากเอวขึ้นมาขู่จนผู้เสียหายต้องยอดถอดเสื้อผ้าออกทั้งหมด จำเลยพยายามข่มขืนผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายไม่ยินยอม ต่อมาจำเลยหยิบอาวุธปืนมาขู่อีกว่าจะยอมหรือจะให้ทำร้าย ผู้เสียหายเกิดความกลัวจึงยอมให้จำเลยกระทำชำเราเมื่อเสร็จแล้วจำเลยให้ผู้เสียหายใส่เสื้อผ้าแล้วขับรถพาไปที่สวนนก

ส่วนพยานจำเลยมีตัวจำเลยเบิกความว่าจำเลยถามนางสาวสุรีพรผู้เสียหายว่าหากจะมีอะไรด้วยจะยอมหรือไม่ ผู้เสียหายบอกว่าให้รีบทำเร็ว ๆ และยินยอมให้ร่วมเพศด้วยจำเลยจึงร่วมเพศกับผู้เสียหาย 1 ครั้ง หลังจากนั้นผู้เสียหายได้บอกให้จำเลยซื้อยาคุมมาให้เห็นว่า ผู้เสียหายยังเป็นนักเรียนและอายุยังน้อย ไม่รู้จักกับจำเลยมาก่อนเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เป็นความจริงผู้เสียหายก็ไม่น่าจะเบิกความเช่นนั้นจึงไม่น่าเชื่อว่าจะเบิกความเพื่อกลั่นแกล้งใส่ร้ายจำเลย ส่วนที่จำเลยอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมก็ไม่มีเหตุผล เพราะจำเลยเองก็เบิกความว่าผู้เสียหายกลัวมีท้องจึงไม่น่าเชื่อว่าผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยกระทำชำเราดังที่จำเลยอ้าง ข้ออ้างของจำเลยที่อ้างว่าผู้เสียหายยินยอมจึงฟังไม่ขึ้น

ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า การข่มขืนกระทำชำเราดังกล่าวได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนอันเป็นเหตุให้จำเลยรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสองหรือไม่ เห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบได้ความเพียงว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนขู่ผู้เสียหายไม่ให้ขัดขืนจนผู้เสียหายเกิดความกลัว แต่อาวุธปืนที่ใช้ขู่ โจทก์มิได้นำสืบให้เห็นว่าเป็นอาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ หรือไม่ แต่โจทก์ได้ส่งผลการตรวจพิสูจน์อาวุธปืนของกลางที่พนักงานสอบสวนส่งไปตรวจพิสูจน์ที่กองกำกับการวิทยาเขต 1 ซึ่งเมื่อตรวจพิสูจน์แล้วกองกำกับการวิทยาเขต 1 มีความเห็นว่าอาวุธปืนของกลางที่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนพกอัดลมชนิดใช้ยิงกับลูกกระสุนพลาสติกทรงกลมขนาด6 มม. ซึ่งใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิตและวัตถุไม่ได้ตามเอกสารหมาย

จ.21ดังนั้นอาวุธปืนของกลางที่ส่งไปตรวจพิสูจน์ซึ่งตามคำฟ้องระบุว่าเป็นอาวุธปืนที่จำเลยใช้ขู่ผู้เสียหายอาวุธปืนดังกล่าวก็มิใช่อาวุธปืนตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ แต่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276วรรคสอง ดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัย จึงเห็นสมควรปรับบทลงโทษและกำหนดโทษเสียใหม่ ฎีกาของจำเลยฟังขึ้นบางส่วน"

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษสำหรับความผิดฐานนี้ จำคุก 12 ปีคำให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก9 ปี เมื่อรวมกับโทษความผิดกระทงอื่นแล้วรวมจำคุก 24 ปี 9 เดือนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิชา มั่นสกุล · ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · ยงยศ นิสภัครกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้