Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2525

พ.ศ. 2525 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์จำเลยมีสิทธิครอบครองที่นาร่วมกันโดยยังมิได้แบ่งแยกกันเป็นส่วนสัดว่าของโจทก์เท่าใด ของจำเลยเท่าใดและอยู่ตรงส่วนไหนดังนี้ จำเลยย่อมมีสิทธิเข้าทำนาที่พิพาทได้ตามป.พ.พ. ม.1360 และเมื่อจำเลยมิได้ห้ามปรามมิให้โจทก์เข้าทำนาที่พิพาท จึงไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินขัดต่อสิทธิของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นา ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์จำเลยมีสิทธิครอบครองที่นาร่วมกัน ดังนี้ศาลจะพิพากษาให้จำเลยแบ่งที่นาให้โจทก์ไม่ได้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสี่และบริวารออกไปจากที่พิพาท และให้ใช้ค่าเสียหายที่โจทก์ไม่ได้ทำนา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองนาพิพาทหนึ่งในสี่ส่วนหรือประมาณ3 ไร่ 3 งาน ให้จำเลยทั้งสี่แบ่งนาพิพาทให้โจทก์ตามส่วนดังกล่าว ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้เอานาพิพาทขายทอดตลาด แล้วนำเงินสุทธิที่ขายได้แบ่งให้โจทก์หนึ่งในสี่ส่วน และให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ฟังได้ว่าโจทก์และนางนิลได้ร่วมกันก่อสร้างนาพิพาทและร่วมกันทำนาพิพาทตลอดจนกระทั่งนางนิลถึงแก่กรรม ดังนั้นโจทก์กับนางนิลจึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมกันในนาพิพาท เมื่อนางนิลถึงแก่กรรมนั้นนาพิพาทเฉพาะส่วนของนางนิลย่อมเป็นมรดกตกทอดแก่โจทก์และบุตรทั้งสามคือจำเลยที่ 1 ที่ 3และนายอินทร์ มีปัญหาวินิจฉัยต่อไปว่าการที่โจทก์ครอบครองนาพิพาทส่วนของนางนิลหลังจากนางนิลถึงแก่กรรมนั้น เป็นการครอบครองเพื่อถือเอาเป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว หรือครอบครองแทนจำเลยที่ 1 ที่ 3 และนายอินทร์ เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะปรากฏว่าโจทก์ได้แจ้งการครอบครองนาพิพาทตามแบบ ส.ค.1 และขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์(น.ส.3) ในนามของโจทก์แต่ผู้เดียวก็ตาม แต่จำเลยที่ 1 ก็เบิกความว่าโจทก์แจ้งการครอบครองนาพิพาทในฐานะหัวหน้าครอบครัว

นอกจากนี้นายดี สุชาติ พยานโจทก์เบิกความว่าเห็นโจทก์กับจำเลยร่วมกันทำนาพิพาทตลอดมาเจือสมกับคำพยานจำเลย และโจทก์เองก็เบิกความรับว่าเมื่อประมาณ 3 ปีมานี้ (พ.ศ. 2519) จำเลยที่ 1 และที่ 3 ยื่นคำร้องต่ออำเภอขอให้โจทก์แบ่งนาให้โจทก์จึงยกนาแปลง 9 ไร่ ให้จำเลยทั้งสองไป พฤติการณ์ดังกล่าวของโจทก์ที่ยอมให้จำเลยร่วมทำนาพิพาทด้วยก็ดียอมยกนาอีกแปลงหนึ่งให้ก็ดีแบ่งแสดงว่าโจทก์ครอบครองนาพิพาทแทนจำเลยที่ 1 ที่ 3 ด้วย และข้อเท้จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้วว่าโจทก์มิได้ยกนาพิพาทให้จำเลยตามเอกสารหมาย ล.2จำเลยที่ 1 และที่ 3 จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองร่วมกับโจทก์ในนาพิพาททั้งแปลงตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1603 มาตรา 1629 และมาตรา 1745 และปรากฏว่า

ยังไม่ได้แบ่งแยกกันเป็นส่วนสัดว่าเป็นของโจทก์เท่าใดเป็นของจำเลยเท่าใดและอยู่ตรงส่วนไหนของนาพิพาท จำเลยจึงมีสิทธิที่จะเข้าไปทำนาพิพาทได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1360 และจำเลยมิได้ห้ามปรามโจทก์มิให้เข้าทำนาพิพาท จึงไม่เป็นการใช้ทรัพย์สินขัดต่อสิทธิของโจทก์ โจทก์ย่อมไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่จำเลยออกจากนาพิพาทหากโจทก์ประสงค์จะขอแบ่งนาพิพาท ก็จะต้องไปว่ากล่าวเป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่านาพิพาททั้งแปลงเป็นของนางนิลตกทอดแก่บรรดาทายาทนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และฎีกาของโจทก์ก็ฟังไม่ขึ้นพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะไปฟ้องร้องขอให้จำเลยแบ่งนาพิพาทให้ตามสิทธิของโจทก์อีกต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความทั้งสามศาลให้เป็นพับ ปรากฏว่าโจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาเกินมา 720 บาท จึงให้คืนค่าขึ้นศาลที่เกินแก่โจทก์"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อำนวย อินทุภูติ · สุทิน เลิศวิรุฬห์ · เริ่ม ธรรมดุษฎี
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้