Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 579/2518

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จะเป็นความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น มิใช่ว่าเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วก็เกิดเป็นความผิดเสมอไปกรณีจะต้องปรากฏด้วยว่าเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น จำเลยได้ออกด้วยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คด้วยเจตนาดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิดดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ในวันที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คหรือวันออกเช็คจำเลยเป็นเจ้าหนี้ธนาคารอยู่เป็นจำนวนเงินสูงกว่าจำนวนเงินตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่ายซึ่งถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิด(อ้างฎีกาที่ 259/2513)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันออกเช็คลงวันที่ 24 ตุลาคม 2516สั่งจ่ายเงิน 261,950 บาท ลงชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้สั่งจ่าย ประทับตราของจำเลยที่ 1(นิติบุคคล) มอบให้โจทก์เป็นการชำระหนี้ โดยจำเลยทั้งสองมีเจตนาจ่ายเช็คดังกล่าวที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น และเป็นการออกเช็คใช้เงินจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีของจำเลยที่ 1 ในธนาคาร ครั้นถึงกำหนดสั่งจ่ายแล้ว เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2516 ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจบริษัทโจทก์ได้นำเช็คเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน อ้างว่า "โปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย"ซึ่งหมายความว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่ายตามเช็ค โจทก์ทวงถามแล้วจำเลยเพิกเฉยไม่ชำระ

ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า โจทก์แจ้งความเรื่องนี้มุ่งถึงห้างหุ้นส่วนจำกัดเจริญยนต์ คือจำเลยที่ 1 และการซื้อขายก็มีอยู่ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จึงเป็นเรื่องระหว่างบริษัทโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นผู้จัดการหาต้องรับผิดเป็นส่วนตัว เช็คลงวันที่สั่งจ่าย 24 ตุลาคม 2516 แต่โจทก์เพิ่งไปเรียกเก็บเงินเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2516 ปรากฏว่า จำเลยที่ 1 มียอดเงินในบัญชีเพียงสิ้นวันที่ 24 ตุลาคม 2516 เป็นเจ้าหนี้ธนาคารที่จำเลยฝากอยู่ 262,821.26 บาท เกินกว่าที่จะต้องชำระให้โจทก์ หากโจทก์เรียกเก็บเงินในเวลาอันควรก็น่าจะได้รับเงินตามเช็คนี้

เหตุที่โจทก์ยังไม่ได้รับเงินตามเช็คจึงไม่ใช่เกิดจากจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นหรือออกเช็คใช้เงินจำนวนสูงกว่าที่จำเลยมีอยู่ในบัญชีของจำเลย คดีโจทก์ไม่มีมูลทางอาญา พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายมีใจความว่า การออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3(1) นั้น เมื่อได้มีการนำเช็คไปขึ้นต่อธนาคารและธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ก็เป็นความผิดแล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าในวันที่ออกเช็ค จำเลยมีเงินอยู่ในบัญชีพอจ่ายหรือไม่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จะเป็นความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค

มิใช่ว่าเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ก็เกิดเป็นความผิดเสมอไป กรณีจะต้องปรากฏด้วยว่าเช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น จำเลยได้ออกด้วยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คด้วย เจตนาดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงอันเป็นองค์ประกอบความผิด ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงแล้วว่า ในวันที่จำเลยสั่งจ่ายเช็คหรือวันออกเช็ค คือวันที่ 24ตุลาคม 2516 จำเลยเป็นเจ้าหนี้ธนาคารอยู่เป็นจำนวน 262,821.26 บาท สูงกว่าจำนวนเงิน 261,950 บาท ตามเช็คที่จำเลยสั่งจ่าย ซึ่งถือไม่ได้ว่าจำเลยออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น เช่นนี้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดเทียบได้กับคำพิพากษาฎีกาที่ 259/2513 ระหว่างพนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายวิภาต ฉิมมณี โจทก์ร่วม นางลิลิต สาระคุณ จำเลยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้