Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57834)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีของโจทก์ร่วมต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อที่ 3 กล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนฎีกาข้อที่ 4มีปัญหาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายวิธีพิจารณาว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐานหรือไม่ และเป็นการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนหรือไม่ และฎีกาข้อที่ 5 โต้แย้งว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ทุกข้อดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8)ระหว่างการพิจารณา นางสาวขวัญใจ นามจันทร์ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 98)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เป็นการห้ามคู่ความฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ร่วมจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้วยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1289/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นางสาวขวัญใจ นามจันทร์โจทก์นายวินัย จูจ้อยจำเลยนางสาวขวัญใจ นามจันทร์ โจทก์ร่วมผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 220ความว่า โจทก์ร่วมยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีของโจทก์ร่วมต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220จึงไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมโจทก์ร่วมเห็นว่า ฎีกาของโจทก์ร่วมข้อที่ 3 กล่าวอ้างว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงผิดกฎหมายหรือไม่ ส่วนฎีกาข้อที่ 4มีปัญหาว่าศาลอุทธรณ์รับฟังพยานหลักฐานถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมายวิธีพิจารณาว่าด้วยการรับฟังพยานหลักฐานหรือไม่ และเป็นการรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวนหรือไม่ และฎีกาข้อที่ 5 โต้แย้งว่าข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาเพียงพอที่จะฟังว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายแล้ว ทุกข้อดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ร่วมไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ จำเลยแถลงคัดค้าน (อันดับ 104)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(8)ระหว่างการพิจารณา นางสาวขวัญใจ นามจันทร์ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ร่วมฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 98)โจทก์ร่วมจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 100)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 220 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 13บัญญัติว่า "ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในคดีที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์" เป็นการห้ามคู่ความฎีกาทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์ร่วมจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ร่วมชอบแล้วยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนู วงศ์แสงจันทร์ · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ชุม สุกแสงเปล่ง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้