Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5774/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งคนโดยสารและขนของระหว่างประเทศมีรายรับจากราคาค่าโดยสารและค่าขนของระหว่างประเทศโจทก์ได้ทำสัญญาแต่งตั้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดอ.เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสารของโจทก์ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียวตัวแทนของโจทก์ดังกล่าวจะต้องขายตั๋วโดยสารเครื่องบินตามราคาที่โจทก์กำหนดให้ขายซึ่งโจทก์จะกำหนดไว้ต่ำกว่าราคาที่ระบุไว้หน้าตั๋วเนื่องจากจะต้องแข่งขันกับสายการบินอื่นโดยตัวแทนจะได้ค่าตอบแทนการขายในอัตราร้อยละ5ของราคาที่โจทก์กำหนดให้ตัวแทนขายและร้อยละ3ในกรณีที่ผู้โดยสารเดินทางโดยใช้สายการบินหลายบริษัทดังนั้นผลต่างระหว่างราคาที่ระบุในตั๋วโดยสารเครื่องบินกับราคาที่โจทก์กำหนดให้ขายจึงไม่เป็นรายได้ที่โจทก์ได้รับจะนำผลต่างดังกล่าวมาเป็นรายรับของโจทก์ด้วยไม่ได้รายได้ของโจทก์คงมีเพียงเท่าราคาที่โจทก์กำหนดให้ตัวแทนขายทั้งโจทก์ก็ได้นำรายได้ดังกล่าวทั้งหมดมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ3โดยมิได้หักค่าบำเหน็จที่จ่ายให้ตัวแทนออกก่อนจึงเป็นการเสียภาษีจากรายได้ก่อนหักรายจ่ายใดๆถูกต้องตรงตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา67แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ยกเลิกหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ต.6/1041/2/100164 ยกเลิกหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีอากรไปชำระเลขที่ กท 0406/4.1/168 และ กท 0406/4/1883 ให้ยอมรับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดณ วันที่ 31 มีนาคม 2527 และ 31 มีนาคม 2528 ตามที่โจทก์ได้ยื่นไว้และให้ยกเลิกคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ 49/2537/1 ด้วยจำเลยให้การว่า การประเมินภาษีอากรของเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยเหตุผลทั้งในข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายทั้งเป็นธรรมแก่โจทก์แล้ว

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของเจ้าพนักงานประเมินตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้นิติบุคคลเลขที่ ต.6/1041/2/100164 หนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินภาษีอากรไปชำระเลขที่ กท 0406/4.1/168 และ กท 0406/4/1883 คำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เลขที่ 49/2537/1คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลย อุทธรณ์ ต่อ ศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้จากพยานหลักฐานโจทก์และจำเลยว่า โจทก์เป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศที่ประกอบกิจการขนส่งคนโดยสารและขนของระหว่างประเทศ มีรายรับจากราคาค่าโดยสารและค่าขนของระหว่างประเทศโจทก์ได้ทำสัญญาแต่งตั้งให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอส.เอส.แทรเวิล

เซอร์วิส เป็นตัวแทนจำหน่ายตั๋วโดยสารของโจทก์ในประเทศไทยแต่เพียงผู้เดียว ตัวแทนของโจทก์ดังกล่าวจะต้องขายตั๋วโดยสารเครื่องบินตามราคาที่โจทก์กำหนดให้ขาย ซึ่งโจทก์จะกำหนดไว้ต่ำกว่าราคาที่ระบุไว้หน้าตั๋ว เนื่องจากจะต้องแข่งขันกับสายการบินอื่น โดยตัวแทนจะได้ค่าตอบแทนการขายในอัตราร้อยละ 5ของราคาที่โจทก์กำหนดให้ตัวแทนขาย และร้อยละ 3 ในกรณีที่ผู้โดยสารเดินทางโดยใช้สายการบินหลายบริษัทเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ตรวจสอบภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าของโจทก์ในรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2526 ถึงวันที่ 31 มีนาคม2528 ผลการตรวจสอบเจ้าพนักงานประเมินเห็นว่า โจทก์นำยอดค่าโดยสารตามที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสารเครื่องบินยื่นรายการเสียภาษีการค้าไว้ถูกต้อง แต่ยื่นรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรมาตรา 67 ในอัตราร้อยละ 3 ไม่ถูกต้อง

เนื่องจากโจทก์มิได้คำนวณภาษีในอัตราร้อยละ 3 จากยอดค่าโดยสารตามที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสารเครื่องบิน สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2526ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2527 เป็นเงิน 391,654,659.70 บาท และสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2527 ถึงวันที่31 มีนาคม 2528 เป็นเงิน 297,929,717.12 บาท แต่กลับคำนวณจากยอดค่าโดยสารที่โจทก์กำหนดให้ตัวแทนขายซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่ วันที่ 1 เมษายน 2526 ถึงวันที่31 มีนาคม 2527 เป็นเงิน 205,251,172.25 บาท และสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2527 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2528เป็นเงิน 137,271,367.87 บาท เป็นเหตุให้เสียภาษีต่ำไปเจ้าพนักงานประเมินจึงมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบรอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2527 ถึงวันที่31 มีนาคม 2528 ให้โจทก์ชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวมเป็นเงิน 12,049,076 บาท

รวม 2 ฉบับ เป็นเงินทั้งสิ้น 20,437,232 บาท โจทก์ได้รับหนังสือแจ้งการประเมินแล้วไม่เห็นด้วย จึงอุทธรณ์คัดค้านการประเมินต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่าการประเมินถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำวินิจฉัยให้ยกอุทธรณ์มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร มาตรา 67 ของโจทก์ โจทก์จะต้องเสียจากราคาที่ระบุไว้ในตั๋วโดยสารเครื่องบินหรือจากราคาที่โจทก์ได้รับชำระจริง เห็นว่า ในคดีนี้โจทก์ตกลงให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดเอส.เอส.แทรเวิล เซอร์วิส ตัวแทนของโจทก์ขายตั๋วเครื่องบินในราคาที่โจทก์กำหนด และตัวแทนของโจทก์ก็ได้ขายตั๋วเครื่องบินในราคาที่โจทก์กำหนดดังกล่าว

ดังนั้น ผลต่างระหว่างราคาที่ระบุในตั๋วโดยสารเครื่องบินกับราคาที่โจทก์กำหนดให้ขายจึงไม่เป็นรายได้ที่โจทก์ได้รับ จะนำผลต่างดังกล่าวมาเป็นรายรับของโจทก์ด้วยไม่ได้รายได้ของโจทก์คงมีเพียงเท่าราคาที่โจทก์กำหนดให้ตัวแทนขายทั้งโจทก์ก็ได้นำรายได้ดังกล่าวทั้งหมดมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 3 โดยมิได้หักค่าบำเหน็จที่จ่ายให้ตัวแทนออกก่อนจึงเป็นการเสียภาษีจากรายได้ก่อนหักรายจ่ายใด ๆ ถูกต้องตรงตามประมวลรัษฎากร มาตรา 67 แล้ว สำหรับคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 209/2531 ระหว่าง แอร์โรว์โฟลว์ โซเวียต แอร์ไลน์ โจทก์กรมสรรพากร จำเลย ที่จำเลยอ้างมาในอุทธรณ์นั้นข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคดีนี้ กล่าวคือ ในคดีดังกล่าวโจทก์กำหนดราคาตั๋วที่จะขายให้ตัวแทนโจทก์ในราคาต่ำกว่าราคาหน้าตั๋วแต่ตัวแทนจะไปขายในราคาเท่าใดก็ได้ที่ไม่เกินราคาหน้าตั๋ว

ดังนั้นราคาตั๋วที่ขายให้ผู้โดยสารจึงเป็นราคาที่ไม่แน่นอน เพราะการขายแต่ละครั้งอาจไม่เท่ากัน และเมื่อตกลงขายตั๋วให้ผู้โดยสารแล้ว ผู้แทนจะออกใบสั่งถึงโจทก์เพื่อออกตั๋วเครื่องบินให้แก่ผู้โดยสาร ส่วนผลต่างระหว่างที่โจทก์ตกลงขายกับราคาที่ตัวแทนขายไปจริง โจทก์ตกลงให้เป็นบำเหน็จตอบแทนแก่ตัวแทนผู้ขายดังนั้นราคาตั๋วเครื่องบินที่ขายไปจริงจึงสูงกว่าราคาที่โจทก์กำหนดซึ่งก็ไม่แน่นอนว่าจะสูงกว่าเท่าไรเมื่อเป็นเช่นนี้การที่โจทก์นำราคาตั๋วเครื่องบินที่โจทก์กำหนดให้ขายไปคำนวณเสียภาษีเงินได้ จึงมิได้คิดจากราคาค่าโดยสารที่แท้จริงหากแต่เป็นราคาค่าโดยสารที่โจทก์กำหนดหักด้วยบำเหน็จที่ตอบแทนให้แก่ตัวแทนขาย ซึ่งบำเหน็จตอบแทนนี้ถือเป็นรายจ่ายอย่างหนึ่ง ดังนั้นการเสียภาษีเงินได้ของโจทก์ในคดีดังกล่าวจึงเป็นการเสียภาษีเงินได้จากฐานรายได้หักด้วยค่าใช้จ่ายก่อน ต้องห้ามตามประมวลรัษฎากรมาตรา 67 อีกด้วย ที่ศาลภาษีอากรกลางพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สันติ ทักราล · สุนพ กีรติยุติ · สละ เทศรำพรรณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้