Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5772/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายพูดกับจำเลยทำนองว่าจำเลยไม่สามารถซื้อรถจักรยานยนต์ได้เช่นเดียวกับผู้เสียหาย เป็นการพูดทำนองเสียดสีจำเลย ตามประสาของผู้ที่เคยมีสาเหตุกันมาก่อน แม้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม การที่จำเลยมีความโกรธแค้นและทำร้ายผู้เสียหายจึงอ้างว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามกฎหมายไม่ได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 60, 80, 91, 288, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพข้อหามีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต และพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การต่อสู้ว่ากระทำไปโดยบันดาลโทสะ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 60 (ที่ถูกมาตรา 288 ประกอบมาตรา 60 และ 288 ประกอบมาตรา 80), 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานมีอาวุธปืนไม่มีทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน

ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นและฆ่าผู้อื่นโดยพลาด เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยพลาดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 60 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 15 ปี รวมจำคุก 16 ปี 6 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี 3 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุในฟ้อง จำเลยมีอาวุธปืนพกออโตเมติกขนาด .25 ไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำเลยพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวติดตัวไปตามถนนภายในหมู่ที่ 3 ตำบลเกาะจันทร์ กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี แล้วจำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงนายคำรณผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลเอกสารหมาย จ.3 โดยกระสุนปืน 1 นัด พลาดไปถูกเด็กหญิงยุวดีบุตรผู้เสียหายถึงแก่ความตายตามรายงานการชันสูตรพลิกศพเอกสารหมาย จ.2 ความผิดฐานมีอาวุธปืนไม่มีเครื่องหมายทะเบียนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควรและไม่ได้รับใบอนุญาตยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาขึ้นมาสู่ศาลฎีกาเฉพาะความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยพลาดและความผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่น

พิเคราะห์แล้ว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อแรกว่า จำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่า โจทก์มีนายคำรณผู้เสียหายและนางพยอมภริยาผู้เสียหาย เบิกความว่า ขณะที่ผู้เสียหาย นางพยอม เด็กชายเกรียงไกรและเด็กหญิงยุวดีผู้ตาย นั่งรับประทานอาหารที่ห้องครัวชั้นล่างของบ้าน จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย กระสุนปืนถูกผู้เสียหายและพลาดไปถูกผู้ตาย ส่วนจำเลยนำสืบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายติดต่อทางโทรศัพท์กับจำเลยโดยผู้เสียหายพูดว่า กูซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่มา 1 คัน มึงไม่มีปัญญาซื้ออย่างกูหรอก มึงเกาะพ่อแม่กินไปวัน ๆ เดี๋ยวกูจะขับรถจักรยานต์คันใหม่ไปให้มึงดู จำเลยจึงเดินออกไปที่หน้าบ้าน ผู้เสียหายได้ขับรถจักรยานยนต์คันใหม่มาจอดอยู่ที่หน้าบ้าน และตะโกนว่า

น้องมึงไม่มีปัญญาอย่างกูหรอก ได้เกาะพ่อแม่กิน งานการก็ไม่ยอมทำ จำเลยจึงเข้าไปในบ้านแล้วหยิบอาวุธปืนไปยิงผู้เสียหาย เห็นว่า คำเบิกความของผู้เสียหายและนางพยอมดังกล่าวไม่ปรากฏว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายเพราะเหตุใด จึงไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายโดยไม่มีสาเหตุกัน ได้ความจากคำเบิกความตอบคำถามค้านของผู้เสียหายว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับจำเลยเรื่องการย้ายบ้าน ผู้เสียหายเคยมีปากเสียงกับจำเลยเกี่ยวกับการทำงาน บิดามารดาของจำเลยเคยปรับความเข้าใจระหว่างผู้เสียหายกับจำเลย ผู้เสียหายเคยพูดคุยกับจำเลยและอบรมสั่งสอนในฐานะพี่น้อง แสดงให้เห็นได้ว่าผู้เสียหายกับจำเลยเคยมีสาเหตุกันมาก่อน และนายหยดพยานโจทก์ซึ่งเป็นบิดาของจำเลยเบิกความว่า

หลังเกิดเหตุจำเลยบอกว่าผู้เสียหายติดต่อทางโทรศัพท์กับจำเลยและท้าทายจำเลย เชื่อได้ว่าเหตุที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายน่าจะมีสาเหตุดังที่จำเลยนำสืบ แต่อย่างไรก็ตาม จำเลยให้การชั้นสอบสวนตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาเอกสารหมาย จ.11 มีรายละเอียดว่า ผู้เสียหายติดต่อทางโทรศัพท์พูดกับจำเลยในลักษณะพูดดูถูกถากถางทำนองว่าจำเลยไม่มีปัญญามีทรัพย์สินเป็นของตนเองเหมือนผู้เสียหายและผู้เสียหายพูดว่าสามารถหมุนเงินมาซื้อรถจักรยานยนต์ได้เพิ่มอีก 1 คัน โดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายพูดว่าจำเลยเกาะพ่อแม่กินซึ่งขัดแย้งกับคำเบิกความของจำเลย จำเลยให้การดังกล่าวในวันเกิดเหตุจึงเชื่อว่าจำเลยให้การตามความเป็นจริงยิ่งกว่าคำเบิกความ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

ผู้เสียหายพูดกับจำเลยทำนองว่าจำเลยไม่สามารถซื้อรถจักรยานยนต์ได้เช่นเดียวกับผู้เสียหาย ถ้อยคำที่ผู้เสียหายพูดกับจำเลยดังกล่าวเป็นการพูดทำนองเสียดสีจำเลย ตามประสาของผู้ที่เคยมีสาเหตุกันมาก่อน แม้เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง แต่ไม่เพียงพอที่จะถือว่าเป็นการข่อเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุไม่เป็นธรรม การที่จำเลยมีความโกรธแค้นและทำร้ายผู้เสียหายในเวลาต่อเนื่องเชื่อมโยงติดต่อกัน จำเลยจะมาอ้างว่าเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะตามกฎหมายหาได้ไม่"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้