Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5771/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สมาคมโจทก์มีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจการเพื่อเผยแพร่ศาสนาอยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2485 จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ เรื่องควบคุมสมาคมและองค์การต่าง ๆ การที่สมาคมโจทก์ไม่แจ้งจำนวนสมาชิกทุกประเภทและรายชื่อกรรมการ ไม่รายงานกิจการที่สมาคมได้ดำเนินการไปต่อจำเลยที่ 1 อันเป็นการขัดต่อข้อบังคับดังกล่าวไม่แจ้งจำเลยที่ 1 ภายในกำหนดว่าประสงค์จะดำเนินกิจการอีกต่อไปทั้งสมาชิกของสมาคมโจทก์มีความแตกแยกเป็นหลายฝ่ายถึงขั้นแจ้งความจับกุมสมาชิกซึ่งกันและกัน นำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลหลายคดี อันเป็นการก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมือง และขัดต่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้นเป็นที่เสียหายแก่สมาคมโจทก์ จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลสมาคมโจทก์ย่อมมีอำนาจสั่งเพิกถอนการอนุญาตที่ให้ไว้แก่สมาคมโจทก์ได้ การกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นการละเมิดโจทก์.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ สมคบกับสมาชิกของสมาคมโจทก์ที่ไม่ใช่กรรมการหรือผู้ดำเนินงาน และไม่ใช่ผู้ที่สมาคมมอบหมายบางคนออกคำสั่งที่ ๙๒/๒๕๒๒ เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมโจทก์เพื่อแกล้งโจทก์ เป็นการละเมิดโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เพิกถอนเสีย ให้สมาคมโจทก์ดำเนินกิจการต่อไปในนามเดิม และให้จำเลยที่ ๒ รับจดทะเบียนสมาคมโจทก์ใหม่โดยใช้ชื่อเดิม

จำเลยทั้งสองให้การว่า เหตุที่มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตของโจทก์เพราะโจทก์ ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติและสมาชิกสมาคมโจทก์แตกความสามัคคี ก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองจึงไม่เป็นการละเมิดโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายโดยฟังข้อเท็จจริงยุติว่า สมาคมโจทก์มีวัตถุประสงค์ดำเนินกิจการเพื่อเผยแพร่ศาสนา อยู่ภายใต้บังคับพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๔๘๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๘๖การดำเนินกิจการของสมาคมโจทก์เดิมอยู่ในความควบคุมของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ ต่อมามีการถอน มาเป็นอำนาจหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ แล้วโอนมาอยู่ในความควบคุมดูแลของจำเลยที่ ๑ สมาคมโจทก์จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติ เรื่อง ควบคุมสมาคมและองค์การต่าง ๆ ตามข้อ ๕ ข้อ ๖ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ เอกสารหมาย ล.๕ คือ ต้องแจ้งจำนวนสมาชิกทุกประเภทให้ทราบทุกระยะ ๑๒ เดือน

ต้องแจ้งชื่อกรรมการใหม่ภายใน ๗ วัน ต้องส่งหัวข้อการประชุมคณะกรรมการภายใน ๑๕ วันนับแต่วันประชุม ต้องส่งรายงานประจำปีแสดงกิจการที่ ได้กระทำทุกปีต้องแจ้งให้ทราบถึงการจุดประชุมใหญ่สมาชิกประจำปี หรือการประชุมวิสามัญล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน และต้องแจ้งการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อบังคับภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่ที่ประชุมได้ลงมติ ปรากฏว่าสมาคมโจทก์ไม่เคยแจ้งจำนวนสมาชิกทุกประเภทกับรายชื่อกรรมการทั้งไม่เคยรายงานกิจการที่สมาคมได้ดำเนินไปให้จำเลยที่ ๑ ทราบแต่อย่างใด อันเป็นการขัดต่อข้อบังคับของสภาวัฒนธรรมแห่งชาติดังกล่าว ต่อมาวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๑ จำเลยที่ ๑ ได้ประกาศให้สมาคม สโมสร และมูลนิธิ ที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นทราบว่าหากประสงค์จะดำรงอยู่ต่อไปให้แจ้งต่อจำเลยที่ ๑ ทราบภายในกำหนด ๓๐ วัน

นับแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๒๑หากไม่แจ้งจะถือว่าไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไป จำเลยที่ ๑จะพิจารณาเพิกถอนการอนุญาตที่ให้ไว้ โจทก์ได้ประกาศดังกล่าวและไม่แจ้งจำเลยที่ ๑ ภายในกำหนดว่าประสงค์จะดำเนินกิจการอีกต่อไปจริง ประกอบกับสมาชิก ของสมาคมโจทก์มีความคิดเห็นไม่ตรงกัน แตกแยกเป็นหลายฝ่าย เนื่องจากผลประโยชน์ของสมาคมมีมาก มีการแจ้งความจับกุมสมาชิกโจทก์ซึ่งกันและกัน และนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลหลายคดี อันเป็นการก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองและขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคมที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อเผยแพร่ศาสนาเป็นที่เสียหายแก่สมาคมโจทก์ ในกรณีเช่นนี้จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลสมาคมโจทก์ต่อจากสภาวัฒนธรรมแห่งชาติและสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการจึงมีอำนาจใช้ดุลพินิจตามที่เห็นสมควรสั่งเพิกถอนการอนุญาตที่ให้ไว้แก่สมาคมโจทก์ได้ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๔๘๕ เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ กลั่นแกล้งมีคำสั่ง เพิกถอนการอนุญาตสมาคมโจทก์คำสั่งที่ ๙๒/๒๕๒๒ ลงวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๒ ของจำเลยที่ ๑ที่ให้เพิกถอนใบอนุญาตจัดตั้งสมาคมโจทก์ ตามเอกสารหมาย จ.๘หรือ ล.๑๔ จึงเป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการละเมิดโจทก์ไม่มีเหตุที่ศาลจะสั่งเพิกถอน ศาลล่างทั้งสองพิพากษาชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พินิจ ฉิมพาลี · เคียง บุญเพิ่ม · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายยรรยง ปานุราช
ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ 1 กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการหรือจัดให้มีการดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนเป็นเหตุให้ไฟล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1953/2567

จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองรถที่โจทก์รับประกันภัยยินยอมให้จำเลยที่ 1 ขับรถในขณะเกิดเหตุ ทั้งที่ทราบดีว่าจำเลยที่ 1 เมาสุราซึ่งจากผลการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำเลยที่ 1 มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสูงถึง 102…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้