Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57705)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242 จึงให้จำเลยนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วัน จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 เมื่อจำเลย ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาแล้ว ศาลชั้นต้นต้องส่งคำร้องของจำเลยไป ศาลฎีกาพร้อมกับฎีกาของจำเลยคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รวมทั้งสำนวนความการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือหาประกันให้ไว้ จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว โปรดกลับคำสั่งศาลชั้นต้นและมีคำสั่งให้ส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยไปศาลฎีกาด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 76) จำเลยชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาท ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า ให้จำเลยชำระเงินให้จำนวน 32,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงมิได้มีข้อโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่วนในปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจึงไม่รับฎีกา (อันดับ 62) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 64) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว กรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาไม่ว่าเพราะเหตุใด หากผู้ฎีกาไม่พอใจ และประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา ซึ่งผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยนอกจากจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นและนำเงิน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางต่อศาลแล้วผู้ฎีกายังต้องนำเงินมาชำระ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือหาประกันไว้ต่อศาลภายในเวลาที่ กฎหมายกำหนดไว้ด้วย ดังนี้ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1108/2533นางยวน ทวีสุขโจทก์นางสมทอง ชัยงามจำเลยนางสมทอง ชัยงาม จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ความว่า

จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นกรณีอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242 จึงให้จำเลยนำเงินมาชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลภายในกำหนด 10 วัน จำเลยเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 252 เมื่อจำเลย ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาแล้ว ศาลชั้นต้นต้องส่งคำร้องของจำเลยไป ศาลฎีกาพร้อมกับฎีกาของจำเลยคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รวมทั้งสำนวนความการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือหาประกันให้ไว้ จึงไม่ต้องด้วยบทบัญญัติดังกล่าว โปรดกลับคำสั่งศาลชั้นต้นและมีคำสั่งให้ส่งคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยไปศาลฎีกาด้วย หมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 76) จำเลยชำระค่าขึ้นศาลมา 200 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนว่า ให้จำเลยชำระเงินให้จำนวน 32,000 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงมิได้มีข้อโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ส่วนในปัญหาข้อกฎหมายก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจึงไม่รับฎีกา (อันดับ 62) จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 64) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 72) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว กรณีที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาไม่ว่าเพราะเหตุใด หากผู้ฎีกาไม่พอใจ และประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ก็ต้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกา ซึ่งผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง มาตรา 234 ประกอบด้วยมาตรา 247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยนอกจากจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลชั้นต้นและนำเงิน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางต่อศาลแล้วผู้ฎีกายังต้องนำเงินมาชำระ ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือหาประกันไว้ต่อศาลภายในเวลาที่ กฎหมายกำหนดไว้ด้วย ดังนี้ คำสั่งศาลชั้นต้นจึงชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้