เนื้อความคำพิพากษา
ได้ความว่าเมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๗๕ นายทับได้ทำพินัยกรรมแสดงเจตนาว่าต้องการยกทรัพย์สมบัติให้แก่นางบุณจำเลยซึ่งเป็นภรรยา และ ด.ช.สำราณบุตร์ นอกนั้นมิให้ผู้ใด ต่อมานายทับได้โอนทรัพย์ของตนให้กับนางบุญจำเลย ครั้นนายทับตาย โจทก์ซึ่งเป็นบุตร์และหลานของผู้ตายจึงฟ้องเรียกมฤดกโดยอ้างว่า เมื่อนายทับได้โอนทรัพย์ให้กับจำเลยแล้ว ข้อกำหนดในพินัยกรรมเรื่องทรัพย์เป็นอันเพิกถอนไป โจทก์จึงควรได้ทรัพย์อันเป็นมฤดกของนายทับครึ่งหนึ่ง ศาลชั้นต้นตัดสินให้แบ่งทรัพย์ ศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ในข้อกฎหมายว่า ป.ม.แพ่ง ฯ ม.๑๖๙๖ มีความประสงค์ว่าเมื่อผู้ทำพินัยกรรมได้ตั้งใจกระทำการให้ตนหมดสิทธิในทรัพย์สินอันเป็นวัตถุแห่งข้อกำหนดพินัยกรรมย่อมเป็นการเพิกถอนข้อกำหนดพินัยกรรมอยู่ในตัว แต่ในคดีนี้ผู้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์ให้แก่ภรรยา และมิได้ให้เป็นสินส่วนตัว
ทรัพย์นั้นจึงกลายกลับมาเป็นสินสมรสตามพินัยกรรมของผู้ตาย ปรากฎข้อความแสดงเจตนาโดยแจ้งชัดว่าต้องการยกทรัพย์สมบัติให้แก่นางบุญภรรยา และเด็กชายสำราญบุตร์ และว่านอกจาก ๒ คนนี้ไม่ปลงใจยกให้ใครเป็นอันขาด จึงเป็นการตัดโจทก์มิให้รับมฤดกตามความใน ป.ม.แพ่ง ฯ ม.๑๖๐๓ (๑) โจทก์จึงฟ้องเรียกมฤดกไม่ได้