Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57632)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของผู้ร้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญว่าผู้ร้องมีสิทธิอยู่ในที่ดินที่เช่าดีกว่าจำเลยเนื่องจากได้เช่าจากโจทก์โดยตรงและมี หลักฐานยันโจทก์ได้ ฎีกาของผู้ร้องมิได้โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ร้องได้ชี้แจงเหตุผลจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้ร้องได้นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบ สนับสนุนข้อกฎหมายสำคัญดังกล่าวเท่านั้นโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย ขอให้รื้อถอนโรงรถขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่า แล้วโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จำเลยยอมรื้อโรงรถขนย้าย ทรัพย์สินออกจากที่เช่าภายในวันที่ 24 มีนาคม 2531 เมื่อครบกำหนด จำเลยและบริวารไม่ยอมขนย้ายออก โจทก์ร้องขอให้ศาลบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดคำบังคับที่โรงรถ ซึ่งอยู่ในที่ดินแปลงที่เช่าโฉนดเลขที่ 1660 ซอยเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร บังคับให้ผู้ร้องรื้อถอนโรงรถและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินแปลงนี้โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นบริวารของจำเลย แต่ผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินจากโจทก์โดยชอบศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยยกคำร้องของผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 85)ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงมาว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลย การที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์มิใช่เป็นบริวารของจำเลย เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1027/2533นายชุน กุลประภาโจทก์นางอรุณี มหาธนทรัพย์ผู้ร้องนายเชิดชัย ธรรมวิบูลย์ศรีจำเลยนางอรุณี มหาธนทรัพย์ ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของผู้ร้องต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า ผู้ร้องได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่สำคัญว่าผู้ร้องมีสิทธิอยู่ในที่ดินที่เช่าดีกว่าจำเลยเนื่องจากได้เช่าจากโจทก์โดยตรงและมี หลักฐานยันโจทก์ได้ ฎีกาของผู้ร้องมิได้โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ผู้ร้องได้ชี้แจงเหตุผลจากพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ผู้ร้องได้นำสืบในชั้นพิจารณามาประกอบ สนับสนุนข้อกฎหมายสำคัญดังกล่าวเท่านั้นโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์และจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย

ขอให้รื้อถอนโรงรถขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินที่เช่า แล้วโจทก์จำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน จำเลยยอมรื้อโรงรถขนย้าย ทรัพย์สินออกจากที่เช่าภายในวันที่ 24 มีนาคม 2531 เมื่อครบกำหนด จำเลยและบริวารไม่ยอมขนย้ายออก โจทก์ร้องขอให้ศาลบังคับคดี และเจ้าพนักงานบังคับคดีไปปิดคำบังคับที่โรงรถ ซึ่งอยู่ในที่ดินแปลงที่เช่าโฉนดเลขที่ 1660 ซอยเจริญกรุง แขวงวัดพระยาไกร เขตยานนาวากรุงเทพมหานคร บังคับให้ผู้ร้องรื้อถอนโรงรถและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินแปลงนี้โดยอ้างว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องไม่ได้เป็นบริวารของจำเลย แต่ผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินจากโจทก์โดยชอบศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า

ผู้ร้องเป็นบริวารของจำเลยยกคำร้องของผู้ร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 85)ผู้ร้องจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงมาว่าผู้ร้องเป็นบริวารจำเลย การที่ผู้ร้องฎีกาว่าผู้ร้องเป็นผู้เช่าที่ดินพิพาทจากโจทก์มิใช่เป็นบริวารของจำเลย เป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของผู้ร้องชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้