Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 576/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ลงจากรถไปคนเดียวและเข้าไปคุยกับสายลับในบ้านเป็นเวลานานพอสมควร แล้วเดินออกมาเอาห่อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 ที่นั่งรออยู่ในรถ จากนั้นเดินเข้าไปหาสายลับในบ้านเพียงคนเดียวโดยจำเลยอื่นมิได้เข้าไปด้วย เช่นนี้ก็เพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยอื่นกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยที่ 2 จะอ้างว่าตนไม่รู้ว่าภายในห่อเป็นเมทแอมเฟตามีนหาได้ไม่

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานกับจำเลยที่ 2และจำเลยที่ 3 ร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1จำนวน 5,200 เม็ด (26 ถุง) น้ำหนักรวม 468.801 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 102 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 4, 10 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 และริบเมทแอมเฟตามีนขอกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุขจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ต่อมาระหว่างสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ 1 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพจำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธจำเลยที่ 3 ให้การรับว่า

มีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง แต่มิได้มีไว้เพื่อจำหน่ายตามฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ลงโทษจำคุกคนละ 50 ปี จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคหนึ่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งต้องระวางโทษเป็นสามเท่าแต่ตามบทบัญญัติมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดโทษจำคุกที่จะลงโทษได้ไม่เกิน 50 ปี จึงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 25 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 คำให้การรับสารภาพชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 26 ปี 8 เดือน สำหรับจำเลยที่ 3 ให้การรับว่ามีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครอง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 26 ปี 8 เดือน ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม2539 เวลาประมาณ 12 นาฬิกา เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามพร้อมเมทแอมเฟตามีน 5,200 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 78.149 กรัม เป็นของกลางมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นข้อแรกว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายหรือไม่ พยานโจทก์คือร้อยตำรวจโทสุรินทร์ ทับซ้อน และจ่าสิบตำรวจชวฤทธิ์ กือเย็น เบิกความว่าขณะแอบซุ่มดูอยู่ เห็นจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์กระบะมาจอดที่หน้าบ้านสายลับจำเลยที่ 2 ซึ่งนั่งที่เบาะข้างคนขับได้ลงจากรถเดินเข้าไปในบ้านสายลับพูดคุยกับสายลับในบ้านประมาณ 15 นาที แล้วเดินออกจากบ้านไปที่รถด้านคนขับ

จำเลยที่ 1 ได้หมุนกระจกด้านข้างของรถลงแล้วยื่นห่อพลาสติกห่อหนึ่งให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 นำห่อพลาสติกเข้าไปหาสายลับในบ้านจากนั้นสายลับกับจำเลยที่ 2 เข้าไปในห้องกระจกซึ่งจ่าสิบตำรวจชวฤทธิ์ซุ่มดูอยู่จ่าสิบตำรวจชวฤทธิ์จึงควบคุมจำเลยที่ 2 พร้อมด้วยห่อพลาสติกซึ่งมีเมทแอมเฟตามีนบรรจุอยู่ เห็นว่า พยานทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันและเป็นเจ้าพนักงานตำรวจซึ่งกระทำการตามหน้าที่ ไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะแกล้งเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 2 พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ตามคำพยานโจทก์ดังกล่าวเชื่อว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และที่ 3 มีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตามฟ้อง ที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ไม่เห็นว่าสิ่งของในห่อเป็นเมทแอมเฟตามีนและจำเลยที่ 2 มิได้เป็นภรรยาจำเลยที่ 1 จึงไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 จะนำเมทแอมเฟตามีนของกลางไปจำหน่ายนั้น

เห็นว่า แม้จำเลยที่ 2 จะไม่เห็นสิ่งของในห่อและมิได้เป็นภรรยาจำเลยที่ 1 แต่จากพฤติการณ์ที่จำเลยที่ 2 ลงจากรถไปคนเดียวและเข้าไปคุยกับสายลับในบ้านเป็นเวลานานพอสมควร แล้วเดินออกมาเอาห่อเมทแอมเฟตามีนจากจำเลยที่ 1 จากนั้นเดินเข้าไปหาสายลับในบ้านเพียงคนเดียวโดยจำเลยอื่นมิได้เข้าไปด้วยเช่นนี้ก็เพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยอื่นกระทำความผิดโดยแบ่งหน้าที่กันทำ จำเลยที่ 2 ต้องรู้ว่าภายในห่อเป็นเมทแอมเฟตามีน ฎีกาของจำเลยที่ 2 ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาข้อที่สองที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า โทษที่ลงแก่จำเลยที่ 2 หนักมากเมื่อเทียบกับโทษตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3842/2541 นั้น เห็นว่า ในคดีดังกล่าวจำนวนเมทแอมเฟตามีน 3,900 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 64.7 กรัม แต่คดีนี้จำนวนเมทแอมเฟตามีนมีมากถึง 5,200 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ 78.149 กรัม ที่ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยที่ 2 มาเหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาของจำเลยที่ 2 ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วสันต์ ตรีสุวรรณ · ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้