Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5753/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

++ เรื่อง คดีแรงงาน ++ ++ ++ ทดสอบการทำงานในระบบ CW เพื่อค้นหาข้อมูลทาง online ++ ++ ย่อข้อกฎหมายอย่างไม่เป็นทางการ ++ ขอชุดตรวจได้ที่งานย่อข้อกฎหมายระบบ CW โถงกลางชั้น 3 ++ ++ ++ ++ ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์ทะเลาะวิวาทกับนายโชคชัย นุ้ยทองคำ หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นการกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยกับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีหรือไม่ ++ ++ ศาลฎีกาเห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นผู้เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นโดยกล่าววาจาหยาบคายและต่อว่านายโชคชัย เป็นเหตุให้นายโชคชัยบันดาลโทสะเข้าชกต่อยโจทก์ก็ตาม ก็เป็นเพียงกรณีที่โจทก์ถูกนายโชคชัยทำร้ายร่างกายแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้ทำร้ายตอบโต้ และโจทก์มีตำแหน่งหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยเท่าเทียมกับนายโชคชัย ทั้งห้องเกิดเหตุก็เป็นห้องสำนักงานรักษาความปลอดภัยอันเป็นที่ทำงานเฉพาะส่วนของพนักงานรักษาความปลอดภัย บุคคลภายนอกไม่สามารถที่จะเข้าไปหรือเห็นเหตุการณ์หรือได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทได้ ++ จึงถือไม่ได้ว่า การกระทำของโจทก์เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (4) ++ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้จึงต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๙ จำเลยจ้างโจทก์เข้าทำงานเป็นลูกจ้าง ทำหน้าที่กำกับดูแลรักษาความปลอดภัยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๐,๗๑๐ บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ ๒๘ ของเดือน ต่อมาวันที่ ๒๘พฤษภาคม ๒๕๔๑ จำเลยบอกเลิกจ้างโจทก์ให้มีผลวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๔๑ โดยมิได้บอกกล่าวล่วงหน้า อ้างว่าโจทก์ทำผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ดื่มสุราหรือของมึนเมาระหว่างปฏิบัติงาน และก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายผู้อื่น ซึ่งไม่เป็นความจริง โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยจำนวน ๓๒,๑๓๐ บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน ๑๐,๗๑๐ บาท โจทก์ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน

หากไม่สามารถรับกลับเข้าทำงาน ให้จ่ายค่าเสียหายเป็นเงิน ๗๔,๙๗๐ บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปี ๖ วันเป็นเงิน ๒,๑๔๒ บาท ซึ่งโจทก์ยังไม่ได้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าจ้างระหว่างพักงานโดยโจทก์มิได้กระทำผิดจำนวน ๒,๔๙๙ บาท ค่าชดเชยจำนวน ๓๒,๑๓๐ บาทสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน ๑๐,๗๑๐ บาท และออกหนังสือแสดงการทำงานให้แก่โจทก์

จำเลยให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยเข้าทำงานเมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๓๙ ตำแหน่งหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเดือนละ ๑๐,๗๑๐ บาท กำหนดจ่ายค่าจ้างทุกวันที่ ๒๘ของเดือน เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๔๑ เวลา ๕ นาฬิกาเศษ โจทก์ดื่มสุราจากภายนอกบริเวณบริษัทจำเลยแล้วเข้ามาในบริเวณที่ทำงานในขณะที่ยังไม่ถึงเวลาปฏิบัติงานของโจทก์ และไม่ปรากฏว่าโจทก์มีอาการมึนเมาสุรา เพียงแต่มีกลิ่นสุราจากตัวโจทก์เท่านั้น กรณีถือไม่ได้ว่าโจทก์มาทำงานในลักษณะมึนเมา โจทก์จึงมิได้กระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับของจำเลย หมวดที่ ๑๑ ข้อ ๑๑.๑.๑ ในข้อ ๖ แต่การที่โจทก์ทะเลาะวิวาทชกต่อยกับนายโชคชัยโดยโจทก์เป็นผู้เริ่มต้นขึ้นก่อนด้วยการกล่าววาจาหยาบคาย และต่อว่านายโชคชัย เป็นเหตุให้นายโชคชัยบันดาลโทสะไม่สามารถระงับอารมณ์ได้ จึงชกต่อยกับโจทก์

การกระทำของโจทก์เป็นความผิดต่อระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยหมวดที่ ๑๑ ข้อ ๑๑.๑.๑ แต่เป็นกรณีไม่ร้ายแรง หลังเกิดเหตุจำเลยมีคำสั่งพักงานโจทก์ ๗ วัน โดยโจทก์ไม่ได้รับค่าจ้างเป็นการลงโทษตามระเบียบข้อบังคับการทำงานเอกสารหมาย ล.๒ ข้อ ๑๑.๒ เมื่อโจทก์ถูกลงโทษแล้วเท่ากับความผิดนั้นหมดไป จำเลยจะอ้างความผิดดังกล่าวมาเป็นเหตุเลิกจ้างโจทก์อีกหาได้ไม่ เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุเดิมข้างต้นจึงเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม และเป็นการเลิกจ้างโดยโจทก์ไม่มีความผิดโจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าชดเชยเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย ๙๐ วัน โจทก์ทำงานกับจำเลยมาครบ ๑ ปี และยังไม่ได้ใช้สิทธิลาหยุดพักผ่อนประจำปี โจทก์จึงมีสิทธิได้รับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีตามที่โจทก์ขอจำนวน ๖ วัน

ส่วนสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าโจทก์ไม่มีสิทธิได้รับเพราะได้กระทำการไปในประการที่ไม่สมควรแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้องและสุจริต พิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๓๒,๑๓๐ บาท ค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีจำนวน ๒,๑๔๒ บาท ค่าเสียหายจำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท และออกใบสำคัญการทำงานให้แก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยว่า โจทก์ทะเลาะวิวาทกับนายโชคชัย นุ้ยทองคำ หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นการกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงหรือไม่ และโจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยกับค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะเป็นผู้เริ่มต้นก่อเหตุทะเลาะวิวาทขึ้นโดยกล่าววาจาหยาบคายและต่อว่านายโชคชัย เป็นเหตุให้นายโชคชัยบันดาลโทสะเข้าชกต่อยโจทก์ก็ตาม ก็เป็นเพียงกรณีที่โจทก์ถูกนายโชคชัยทำร้ายร่างกายแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยโจทก์มิได้ทำร้ายตอบโต้ และโจทก์มีตำแหน่งหัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยเท่าเทียมกับนายโชคชัย ทั้งห้องเกิดเหตุก็เป็นห้องสำนักงานรักษาความปลอดภัยอันเป็นที่ทำงานเฉพาะส่วนของพนักงานรักษาความปลอดภัย

บุคคลภายนอกไม่สามารถที่จะเข้าไปหรือเห็นเหตุการณ์หรือได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทได้ จึงถือไม่ได้ว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำผิดระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๔)เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ด้วยเหตุนี้จึงต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์ · สละ เทศรำพรรณ · จรัส พวงมณี
ศาลล่าง
ศาลแรงงานกลาง - นายสุนทร คงศรีชาย
ศาลอุทธรณ์ - ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงาน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้