Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57404)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวน อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังได้รับฟังข้อเท็จจริงในท้องสำนวนผิดพลาดอีกด้วย นอกจากนี้การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ตลอดข้อกล่าวหานั้นยังถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้ไขมากคดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 สำหรับปัญหาที่ว่าคดีนี้ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 357 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้หรือไม่นั้นเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวไว้ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็มีสิทธิฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 110)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(11) จำคุก 2 ปีจำเลยที่ 2มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปีจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 107,108)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือนจำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ในปัญหาที่ว่าคดีฟังไม่ได้ว่า ได้มีการลักแสตมป์ตามฟ้องและแสตมป์ที่จำเลยที่ 2 รับซื้อไว้ ไม่ใช่แสตมป์ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ศาลลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้องไม่ได้นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 312/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายเชวงศักดิ์ โรจน์ประเสริฐสุด กับพวกจำเลยนายสมศักดิ์ โรจน์ประเสริฐสุด จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ที่แก้ไขแล้วจึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่าศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวน อีกทั้งศาลอุทธรณ์ยังได้รับฟังข้อเท็จจริงในท้องสำนวนผิดพลาดอีกด้วย นอกจากนี้การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1 ตลอดข้อกล่าวหานั้นยังถือว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นอันเป็นการแก้ไขมากคดีจึงไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 สำหรับปัญหาที่ว่าคดีนี้ศาลจะลงโทษจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 357 แห่งประมวลกฎหมายอาญาได้หรือไม่นั้นเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

แม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวไว้ในชั้นอุทธรณ์ จำเลยก็มีสิทธิฎีกาได้โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 110)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานลักทรัพย์ของนายจ้างตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(11) จำคุก 2 ปีจำเลยที่ 2มีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 จำคุก 2 ปีจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยทั้งสองไว้คนละ 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 2 ฎีกา เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 107,108)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 110)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีเฉพาะตัวจำเลยที่ 2

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุก 1 ปี 4 เดือนจำเลยที่ 2 จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 2 ในปัญหาที่ว่าคดีฟังไม่ได้ว่า ได้มีการลักแสตมป์ตามฟ้องและแสตมป์ที่จำเลยที่ 2 รับซื้อไว้ ไม่ใช่แสตมป์ที่ได้มาโดยผิดกฎหมาย ศาลลงโทษจำเลยที่ 2 ตามฟ้องไม่ได้นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทกฎหมายที่กล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เดชา สุวรรณโณ · อัมพร เดชศิริ · ประจักษ์ พุทธิสมบัติ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้