คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้อุบายหลอกลวงกล่าวต่อนายเจียมและพลทหารบรรจงว่าจำเลยสามารถจะช่วยเหลือให้พลบรรจงพ้นจากเป็นทหารประจำการโดยจำเลยนำใบตรวจของแพทย์โรงพยาบาลโรคจิตธนบุรีมามอบให้พลทหารบรรจงเป็นหลักฐานนายเจียม พลฯ บรรจงหลงเชื่อมอบเงินให้ 3,500 บาทจำเลยสมคบกันปลอมหนังสือซึ่งมีข้อความว่านายแพทย์ฝนผู้อำนวยการโรงพยาบาลโรคจิตเห็นว่าพลฯ บรรจงวิกลจริตสมควรให้ลาพักราชการทหาร จำเลยมอบหนังสือนี้ให้นายเจียม พลฯ บรรจง ทั้งที่จำเลยรู้ว่าปลอม ขอให้ลงโทษตาม มาตรา 224, 227, 304, 70, 71จำเลยทั้งสองปฏิเสธศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 224, 227, 304 ให้ลงโทษบทหนักตาม มาตรา 224, 227 จำคุก 2 ปีลดฐานปรานี 1 ใน 4 เหลือโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน กับให้คืนเงินจำเลยทั้ง 2 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่าที่จำเลยฎีกาว่าผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์นั้นฟังขึ้นคือนายเจียมเบิกความว่าไม่ติดใจเอาเรื่อง
ส่วนพลฯ บรรจงไม่ได้เข้าเบิกความเป็นพยาน หาตัวไม่พบ พยานอื่นที่จะให้เชื่อได้ว่ามีการร้องทุกข์หามีไม่ ที่ฟังกันมาว่ามีการร้องทุกข์แล้วนั้นไม่มีหลักฐานในสำนวน จึงฟังว่าคดีนี้ไม่มีการร้องทุกข์ คำบรรยายฟ้องที่ว่า ผู้เสียหายร้องทุกข์แล้วเป็นคำกล่าวที่ปราศจากหลักฐาน ลงโทษจำคุกจำเลยตาม มาตรา 304 หาได้ไม่พิพากษาแก้ให้จำคุกจำเลยตามกฎหมายอาญา มาตรา 224, 227 คนละ1 ปี 4 เดือน ปรานีตาม มาตรา 59, 1 ใน 4 เหลือโทษจำคุกคนละ 1 ปี ข้อหาตามมาตรา 304 ให้ยก