Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5739/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาลักทรัพย์ จำเลยให้การรับสารภาพระหว่างนัดฟังคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำฟ้องโดยขอให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในในอีกคดีหนึ่งมาบวกด้วยศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและสำเนาคำร้องให้จำเลย แต่ไม่ปรากฏว่ามีการสอบถามจำเลยและส่งสำเนาคำร้องให้จำเลย ดังนี้ข้อที่จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษและรอการลงโทษในอีกคดีหนึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่แยกได้ต่างหากจากที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยได้กระทำความผิดซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องสืบพยานให้ได้ความตามคำร้อง หากโจทก์เห็นว่าคำให้การของจำเลยที่ศาลจดไว้ยังไม่ชัดแจ้งโจทก์ก็ชอบที่จะขอให้ศาลสอบจำเลยเพิ่มเติมหรือแถลงขอสืบพยานต่อไป เมื่อโจทก์มิได้ดำเนินการอย่างใดจนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้วจะอ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยไม่ชอบหาได้ไม่ คดีไม่มีเหตุที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการดังกล่าว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 334 และขอให้นำโทษจำคุกที่รอไว้ในคดีก่อนมาบวกเข้ากับโทษในคดีนี้

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก4 เดือนโดยมิได้นำโทษจำคุกที่รอมาบวกด้วย

โจทก์อุทธรณ์ขอให้นำโทษจำคุกที่รอมาบวกในคดีนี้

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "โจทก์ฎีกาว่า เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องขอให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีอื่นมาบวกกับโทษในคดีนี้และศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้แก้ไขคำฟ้องแล้วชอบที่ศาลชั้นต้นจะต้องสอบถามจำเลยในข้อที่โจทก์เพิ่มเติมฟ้องว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ การที่ศาลชั้นต้นมิได้ดำเนินการดังกล่าว จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ชอบที่จะพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ แล้วย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสอบถามจำเลยในข้อเคยต้องโทษแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คดีมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า มีเหตุที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่หรือไม่พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า

โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2530 จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พนักงานคุมประพฤติทำการสืบเสาะและพินิจโดยให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 25 พฤษภาคม 2530ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2530 โจทก์ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลอาญา ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5457/2529 ให้จำคุก 5 เดือน ปรับ 500 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 1 ปี ในระหว่าง 1 ปี จำเลยมากระทำผิดคดีนี้อีกขอให้นำโทษจำคุกที่รอการลงโทษไว้ในคดีดังกล่าวมาบวกกับโทษในคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตและสำเนาคำร้องให้จำเลยโดยไม่ปรากฏว่ามีการสอบถามจำเลยและส่งสำเนาคำร้องให้จำเลย เห็นว่าข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยคดีนี้เป็นจำเลยคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5457/2529 ของศาลอาญา และศาลดังกล่าวได้พิพากษาลงโทษและรอการลงโทษจำเลยไว้ภายในกำหนดเวลา 1 ปีนั้น เป็นข้อเท็จจริงที่แยกออกได้ต่างหากจากข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า

จำเลยกระทำผิดในคดีนี้และเป็นข้อเท็จจริงที่โจทก์จะต้องมีหน้าที่นำสืบให้ปรากฏดังนั้นเมื่อศาลชั้นต้นมิได้สอบจำเลยว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 5457/2529 ของศาลอาญาหรือไม่ จะถือว่าจำเลยให้การรับสารภาพตามคำร้องดังกล่าวหาได้ไม่ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องสืบพยานให้ได้ความตามคำร้อง หากโจทก์เห็นว่าคำให้การของจำเลยที่ศาลจดไว้นั้นยังไม่ชัดแจ้ง และศาลชั้นต้นมิได้สอบจำเลยเพิ่มเติมในข้อนี้ โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้ศาลสอบจำเลยหรือแถลงขอสืบพยานต่อไปได้ แต่ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้ดำเนินการอย่างใด จนศาลชั้นต้นพิพากษาคดีแล้ว จะอ้างว่าศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยมิชอบหาได้ไม่ คดีจึงไม่มีเหตุที่จะย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาสอบถามคำให้การจำเลยเพิ่มเติมดังที่โจทก์ฎีกา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ศักดิ์ สนองชาติ · สุวรรณ ตระการพันธุ์
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10758/2556

ป.วิ.อ. มาตรา 196 บัญญัติห้ามมิให้อุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาจนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญและมีอุทธรณ์คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นด้วย โดยมิได้บัญญัติให้คู่ความต้องโต้แย้งไว้ดังที่บัญญัติไว้ใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2650/2541

คำว่า "ครอบครอง" ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484หมายความรวมถึงครอบครองเพื่อตนเองและครอบครองแทนผู้อื่นด้วย เพราะไม่มีบทกฎหมายใดจำกัดว่าต้องเป็นการครอบครองเพื่อตนเองเท่านั้นจึงจะเป็นความผิดอีกทั้งในทางอาญา กา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2494

เดิมโจทก์ฟ้องกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์ จำเลยให้การรับแต่เพียงรับของโจร โจทก์จึงมายื่นคำร้องขอแก้ฟ้องเป็นว่า จำเลยรับของโจรโดยมิได้แสดงว่า 'มีเหตุอันสมควร'ที่โจทก์จะขอแก้ฟ้องแต่ประการใดเลยดังนี้ เป็นการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้